ทดสอบหมวดหยู่ย่อย 2

ลพบุรี

จำนวน 3 แห่ง

แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาว

2015-12-15 19:35:48

หมู่บ้านโป่งมะนาว จังหวัดลพบุรี สถานที่จัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 2,500-3,000 ปี (ประมาณยุคบ้านเชียงตอนปลาย) ที่ชาวบ้านโป่งมะนาวได้ปรับปรุงมาจากหลุมที่ถูกลักลอบขุดหาโบราณวัตถุ การศึกษาค้นคว้าพบร่องรอยของการใช้พื้นที่สำหรับฝังศพ และพบโครงกระดูกคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ทั้งที่สมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ไม่ต่ำกว่า 120 โครง แสดงให้เห็นว่าพื้นที่หลุมขุดค้นทุกหลุมล้วนอยู่ในเขตพื้นที่สุสานหรือที่ฝังศพของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 100 ตารางเมตร โดยพบศพที่ฝังตั้งแต่ในชั้นทับถมทางโบราณคดีระดับบนๆ ซึ่งลึกจากผิวดินปัจจุบันโดยเฉลี่ยประมาณ 40 เซนติเมตร ลงไปจึงถึงระดับดินธรรมชาติดั้งเดิม ซึ่งอยู่ลึกจากผิวดินเฉลี่ยประมาณ 2เมตร เชื่อกันว่า สุสานในสมัยก่อนประวัติศาสตร์นั้น อาจจัดได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญ และเป็นศูนย์กลางของความเชื่อในชุมชน การจัดพื้นที่ขนาดใหญ่ไว้เป็นสุสานโดยเฉพาะเช่นนี้ แสดงนัยว่าสังคมของคนสมันก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านโป่งมะนาวจะต้องมีความซับซ้อนระดับหนึ่งโดยน่าจะต้องมีสมาชิกที่มีสิทธิและอำนาจแตกต่างกัน สมาชิกในสังคมบางคนจึงสามารถควบคุมบังคับให้จัดพื้นที่ขนาดใหญ่ไว้เฉพาะเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชนได้ โครงกระดูกแต่ละโครงมีสิ่งของเครื่องใช้ อาทิ ภาชนะดินเผา ในขณะที่บางศพจะถูกฝังรวมกับเครื่องมือหรืออาวุธทำด้วยเหล็กและในบางศพยังพบเครื่องประดับทำจากวัสดุชนิดต่างๆ เช่น ต่างหูทำจากแก้ว ต่างหูทำจากหินอ่อนสีขาว แหวนสำริด และเครื่องประดับหน้าอกลักษณะเป็นแผ่นกลมแบนทำจากกระดองส่วนหน้าอกของเต่าทะเล นอกจากนี้มีโครงกระดูกหลายโครงที่มีกระดูกปลายขาของหมูวางอยู่เป็นเครื่องเซ่นด้วย รู้หรือไม่ การฝังศพในพื้นที่ของโป่งมะนาวนั้น พบว่ามีการฝังศพซ้อนกัน 3-4 ชั้น และปรากฏใน 2 ลักษณะ คือการฝังศพที่มีการทุบภาชนะดินเผาให้แตกและปูรองก่อนที่จะนำศพลงไปฝัง พร้อมทั้งยังฝังเครื่องประดับเครื่องใช้ เศษภาชนะ และในลักษณะที่ 2 เป็นการฝังศพในภาชนะดินเผาซึ่งเป็นการฝังศพเด็กทารกที่สันนิษฐานว่าคลอดก่อนกำหนด

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์

2015-12-16 12:56:11

ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์องค์ที่ 27 แห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ.2199-พ.ศ.2231) ทรงโปรดให้วิศวกรชาวฝรั่งเศสและอิตาลีร่วมกันออกแบบสร้างพระราชวังเมืองลพบุรี กำแพงเมืองและป้อมปราการต่างๆขึ้นในปี พ.ศ.2209 เพื่อใช้เป็นที่ประทับว่าราชการงานเมือง ต้อนรับแขกเมือง พักผ่อน และล่าสัตว์ เสมือนเป็นราชธานีแห่งที่ 2 รองจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ.2231 เมืองลพบุรีก็หมดความสำคัญและถูกทิ้งร้างลง จนกระทั่งได้รับการซ่อมแซมบูรณะอีกครั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2394-พ.ศ.2411) ทรงโปรดให้สร้างหมู่พระที่นั่งพิมาณมงกุฎและหมู่ตึกพระประเทียบขึ้นในปี พ.ศ.2399 พระราชทานนามว่า “พระนารายณ์ราชนิเวศน์” ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้ทรงพระราชทานหมู่พระที่นั่งพิมาณมงกุฎให้เป็นศาลากลางจังหวัดลพบุรี ต่อมาสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพและสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ได้เสด็จมาตรวจราชการที่เมืองลพบุรี พบว่ามีโบราณวัตุกระจายอยู่ตามโบราณสถานเป็นจำนวนมาก ทรงมอบให้ศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ ดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์จัดสดงโบราณวัตถุขึ้นที่พระที่นั่งจันทรพิศาล เรียกว่า “ลพบุรีพิพิธภัณฑสถาน” เปิดให้เข้าชมเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2467 ต่อมาจึงได้ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์” ในปี พ.ศ.2504 ปัจจุบันได้จัดแสดงศิลปะและโบราณวัตถุในพระที่นั่งและอาคารต่างๆประมาณ 1,884 รายการ

พิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์

2016-01-10 10:03:31

พิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์ วัดเชิงท่า เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่ดีที่สุดในประเทศ ซึ่งมีการบริหารจัดการโดยวัดและชุมชน นับวันเราจะมีโอกาสได้เห็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและโบราณวัตถุหายาก ยากขึ้นทุกวัน พิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2540 ตามดำริของพระครูโสภณธรรมรัต (อาศรม มฺมทีโป) เจ้าอาวาสวัดเชิงท่า จัดขึ้นเพื่อเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่า ทางศาสนา ศิลปกรรม ประวัติศาสตร์ อันเป็นสมบัติเก่าแก่ของวัดและของส่วนตัวของท่านพระครูโสภณธรรมรัตและการจัดแสดงศิลปกรรมโบราณวัตถุพิพิธภัณฑ์นั้นได้เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2542 และสำเร็จเรียบร้อยใน พ.ศ. 2544 ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันจากหลายฝ่ายที่เคารพระครูโสภณธรรมรัต โดยการรวบรวมวัตถุที่มีอยู่ในวัดเชิงท่า ซึ่งได้มาจาก 2 แหล่ง คือ สมบัติของวัดเชิงท่าอยู่เดิมแล้ว และอีกส่วนคือสมบัติส่วนตัวของพระครูโสภณธรรมรัตที่ท่านได้สะสมไว้ ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2545 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเปิดพิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์ และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงได้เปิดให้ผู้คนเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายนับแต่นั้นเป็นต้นมา ภายในพิพิธภัณฑ์นั้น จะมีเรื่องราวของประวัติวัดเชิงท่า ซึ่งจัดแสดงโดยใช้ภาพถ่ายสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในวัด รวมทั้งภาพถ่ายของอดีตเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า มีการจัดแสดงเรื่องพระสงฆ์ ด้วยการนำเสนอชีวประวัติพระครูโสภณธรรมรัต ผู้เป็นพระสงค์ที่ได้อุทิศตนต่อพระพุทธศาสนามาตลอดชีวิต และอีกมุมหนึ่งได้จัดแสดงของสะสมของท่านด้วย ทั้งยังมีโบราณวัตถุที่หายากให้ได้ชม อาทิ คัมภีร์ใบลาน ต่อมาก็เป็นส่วนที่จัดแสดงเรื่องพระธรรม ซึ่งเราจะเห็นพระคัมภีร์ พระไตรปิฎก ตู้พระธรรม รวมทั้งส่วนประกอบอื่น ๆ ของพระคัมภีร์ เช่น ผ้าห่อคัมภีร์ และมีการจัดแสดงเรื่องพระพุทธเจ้า ที่มีพระพุทธรูป ภาพพระบฎาชาดกเรื่องพระเวสสันดร อันเป็นสมบัติเก่าแก่ของวัดเชิงท่า รวมทั้งนำพระพุทธรูปและพระพิมพ์ของพระครูโสภณธรรมรัตมาจัดแสดงด้วย และสุดท้ายจะได้เห็นการจัดแสดงเรื่องพระศรีอาริเมตไตรย ซึ่งเป็นอนาคตพระพุทธเจ้าเพิ่มเติมอีกด้วย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ทำให้ได้รับรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์และได้เห็นวัตถุโบราณที่หาได้ยาก