กกกก

มหาสารคาม

จำนวน 3 แห่ง

พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน

2015-12-14 21:19:55

แหล่งรวบรวมข้อมูลและจัดแสดงสภาพชีวิต ความเป็นอยู่สภาพสังคมและวัฒนธรรมของชาวอีสาน ตามแนวคิดการศึกษาที่สมบูรณ์จะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่สมดุลกันระหว่างวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยแบ่งออกเป็นบริเวณต่างๆ ได้แก่ หมู่บ้านอีสาน โรงเกวียน เถียงนา กองฟาง โรงแสดงกลางแจ้ง และบริเวณที่พักภายในบริเวณหมู่บ้านอีสาน จัดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบของเรือนอีสานกับวิถีชีวิตระบบ ครอบครัว เครือญาติ เศรษฐกิจ ความเชื่อทางศาสนา ฯลฯ ภายในเรือนอีสานแต่ละหลังได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวอีสาน รวมทั้งข้อมูลที่แสดงความสัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์ และความเชื่อในการใช้พันธุ์ไม้ของชาวอีสาน พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน ก่อตั้งขึ้นจากโครงการน้ำพระทัยจากในหลวงหรือโครงการอีสานเขียว เทื่อพ.ศ. 2531 บนเนื้อที่ 150 ไร่ หนึ่งในโครงการของสถาบันวิจัยรุกขเวชมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อศึกษาปฏิบัติการด้านสังคมศาสตร์ เกี่ยวกับวิถีชีวิต สังคม-วัฒนธรรมอีสานในรูปแบบวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่กันกับการศึกษาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เรื่องพืชสมุนไพรปละพันธุ์ไม่ไผ่ในเอเชีย โดยจำลองวิถีต่าง ของชาวอีสาน ตั้งแต่เรือนเย้า เรือนผู้ไท และเรือนอีสาน ภายในบ้านจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ประจำวันของคนอีสาน นำเสนอสภาพชีวิตของสังคมและวัฒนธรรมอีสานที่ดำรงอยู่ด้วยข้าวและน้ำด้วยเหตุผลอีสานเป็นสังคม เกษตรกรรมทำนา ที่จำเป็นต้องอาศัยน้ำเป็นหลัก และยังเชื่อมโยงไปสัมพันธ์กับวิถีการดำรงชีวิตที่ผู้คนจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องปลาพืชพันธุ์ไม้ ป่า และรวมทั้งเกลือด้วย

พิพิธภัณฑ์เห็ดที่มีฤทธิ์ทางยา

2017-11-13 08:58:31

มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้จัดทำพิพิธภัณฑ์เห็ดที่มีฤทธิ์ทางยาขึ้นมานั้น เพราะมีการศึกษาทางวิขาการของเห็ดน้อยมาก ทำให้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เห็นถึงปัญหาและต้องการทำหน้าที่เป็นผู้นำเพื่อการอนุรักษ์สืบทอดภูมิปัญญาและต่อยอดองค์ความรู้ของการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามจึงได้จัดทำโครงการ “พิพิธภัณฑ์เห็ดที่มีฤทธิ์ทางยา” ขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจาก Thai-Korea Natural Phellinus Mushroom Research Center และเมื่อปี พ.ศ. 2550 พิพิธภัณฑ์เห็ดที่มีฤทธิ์ทางยาแห่งนี้จึงเกิดขึ้น และนับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์เห็ดที่มีฤทธิ์ทางยาแห่งแรกของประเทศไทยและเอเชีย โดยที่ต้องการให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เป้าประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเห็ดที่มีฤทธิ์ทางยา ทั้งเห็ดในภาคอีสานและเห็ดที่มีการวิจัยหรือได้รับความสนใจในต่างประเทศ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้อันจะนำไปสู่การพัฒนาตัวยาใหม่ ๆ เพื่อช่วยชีวิตมนุษย์โดยเฉพาะโรคที่ยาแผนปัจจุบันยังรักษาไม่ได้ ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเห็ดมากมาย โซนแรกเป็นโซนที่เน้นไปในเรื่องของข้อมูลพื้นฐานจากเห็ด ประโยชน์จากเห็ด และยังมีตู้โชว์เห็ดแกะสลัก ซึ่งสื่อให้เห็นว่าเป็นเห็ดที่แข็งเหมือนไม้ ต่อมาก็เป็นส่วนแสดงเห็ดตัวอย่างที่หายาก เช่น เห็ดอุ้งตีนหมี นอกจากนี้ยังมีการให้บริการวิขาการกับผู้ที่สนใจน่าตัวอย่างเห็ดไปวิจัยต่อได้ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่อได้อีกด้วยและยังมีเห็ดอีกมากมายที่เก็บอยู่ในโหลแก้ว วางเรียงรายให้ได้เดินชมกันอย่างเพลิดเพลินและได้รับความรู้ไปพร้อม ๆ กัน

พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

2016-01-10 01:59:34

พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2542 โดยมีความมุ่งหมายเพื่อสื่อสารถึงอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมทั้งเป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพิพิธภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมให้สังคมได้รับผลประโยชน์จากกิจการพิพิธภัณฑ์ ทั้งในด้านการปลูกจิตสำนึกให้รู้จักคุณค่าและความสำคัญของท้องถิ่น พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และนี่คือที่มาที่ไปของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั่นเอง อาคารบรมราชกุมารเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไม่ได้เป็นพิพิธภัณฑ์อาคารทันสมัย แต่กลับเป็นเรือนไม้แบบอีสานที่สวยงามมาก ซึ่งหาไม่ได้จากในเมือง อาทิ เรือนอีสานประยุกต์หลังใหญ่ ด้านในจะเป็นสำนักงาน ห้องประชุมใหญ่ ห้องประชุมย่อย คลังพิพิธภัณฑ์ หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และนิทรรศการพัฒนาการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เรือนอีสานประยุกต์หลังเล็กด้านในจะเป็นนิทรรศการพัฒนาการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการหมุนเวียน ต่อมาก็เป็นเรือนโข่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งชมรมนาฏศิลป์และดนตรีพื้นเมือง จากนั้นก็เป็นเรือนเกย ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการอนุรักษ์ ใบลานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เล้าข้าว เรือนตูบต่อเล้า จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในวิถีชาวลุ่มแม่น้ำชี เรือนผู้ไทที่จัดแสดงนิทรรศการภูมิปัญญาชาวลุ่มแม่น้ำชี นอกจากนี้ยังมีลานกิจกรรมซึ่งจัดเป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้ง และยังมีสถานีศึกษาสัตว์ทางมหาวิทยาลัยให้ได้ชมอีกด้วย มาเห็นเรือนไทยมากมายขนาดนี้ ทั้งยังได้เห็นเรื่องราวของชาวอีสานที่จัดแสดงไว้ให้เห็นอย่างเต็มตาแบบนี้