วัฒนธรรมจีน

ปราจีนบุรี

จำนวน 2 แห่ง

พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทย อภัยภูเบศร

2016-01-03 09:09:56

ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นศิลปะแบบบาโรคตะวันตก สร้างเมื่อปี 2452 โดยท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) เพือใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่พระองค์สวรรคตเสียก่อน จึงได้ใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์อีกหลายพระองค์ และเมื่อหลานสาวของท่านได้รับการสถาปนาเป็นพระนางเจ้าสุวทนาวรราชเทวี ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตระกูลอภัยวงศ์จึงได้ถวายตึกหลังนี้พร้อมที่ดินบริเวณนั้นให้กับพระนางเจ้าสุวัทนา ก่อนที่พระนางจะประทานที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแก่มณฑลทหารบกที่ 2 จังหวัดปราจีน เพื่อใช้เป็นสถานพยาบาลสำหรับทหารและประชาชนทั่วไป และในเวลาต่อมาได้จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลปราจีนบุรี กระทรวงสาธารณสุข พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในวันที่ 24 มิถุนายน 2509 เพื่อรำลึกถึงบุญคุณของท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และหลังจากที่ตึกอำนวยการของโรงพยาบาลก่อสร้างเสร็จ กรมศิลปากรจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นโบราณสถาน และได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคาร จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี 2533 ภายในตึกมีการจัดแสดงชีวประวัติของเจ้าพระยาอภัยบูเบศรและพระนางเจ้า สุวัทนา พระวรราชเทวี รวมถึงวิวัฒนาการทางด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ของปราจีน และประวัติการแพทย์แผนโบราณ มาที่นี่ต้องดู! ห้องประวัติศาสตร์ ซึ่งมีการจัดแมลงนิทรรศการ แสดงภาพถ่ายและข้อมูล เกี่ยวกับประวัติของเจ้าพระยาอภัยบูเบศร รวมถึงการสร้างตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ใช้ในการเปรียบเทียบกับสถาปัตยกรรมของตึกที่พระตะบอง ประเทศกัมพูชา

พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ

2016-01-10 19:08:02

พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีประมาณ 6 กิโลเมตร พื้นที่โดยรอบของพิพิธภัณฑ์โอบล้อมไปด้วยพรรณไม้สวยงามนานาชนิด อีกทั้งยังมีสัตว์ต่างๆ รวมทั้งตะเกียงจำนวนมากมหาศาล ซึ่งมีแขวนอยู่ทุก ๆ ที่ให้ได้ชม ซึ่งทั้งหมดคือของสะสมของครอบครัวอยู่สุขสุวรรณ์ ซึ่งสิ่งแรกที่เก็บสะสมคือ ตะเกียงแล้วจึงเริ่มสะสมสิ่งอื่น ๆ ตามมาทีหลัง อาทิเช่น นาฬิกา จักรยาน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นต้น ประกอบกับคุณวิภาวรณ์ อยู่สุขสุวรรณ์ ซึ่งเป็นภรรยาของคุณณรงค์ อยู่สุขสุวรรณ์ ก็เป็นคนที่ชอบสะสมตู้เก่า ตู้โบราณที่ทำจากไม้สัก จึงทำให้มีของเก็บสะสมจำพวกตู้มากขึ้น พอเก็ฐสะสมได้มากขึ้นก็มีคนขอเช้าชมโดยที่ไม่ได้เก็บเงิน แต่ก็เกิดความไม่สะดวกแก่ผู้เข้าชมเพราะพื้นที่แคบและของบางอย่างก็ไม่สามารถที่จะวางโชว์ได้ ก็จะเห็นแต่ตะเกียงเพียงอย่างเดียวเวลาที่จะต้องดูแลกิจการร้านด้วยจึงมีความคิดที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นเพื่อที่จะให้คนรุ่นหลังได้เห็นได้รู้จักและทราบถึงข้อมูลสิ่งของที่หาดูได้ยากเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นจุดกำเนิดของพิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ก็ว่าได้และเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีทั้งหมด 5 อาคาร เริ่มจาก “อาคารราชาวดี” มีสองชั้น ชั้นล่างได้จัดแสดงเกี่ยวกับสิ่งของโบราณหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน เครื่องทองเหลือง เตารีดโบราณ เครื่องปั้นดินเผา ตู้เย็นใช้น้ำมันก๊าซ เป็นต้น สำหรับชั้นสองเป็นชั้นที่รวบรวมตะเกียงเจ้าพายุหลากหลายยี่ห้อ ทั้งยังมีตะเกียงที่มีการใช้งานที่แตกต่างกันไป ความอลังการคงอยู่ที่อาคารหลังที่ 2 “อาคารลีลาวดี” ซึ่งเป็นอาคารแฝดที่เชื่อมต่อกันทั้งหมดซึ่งมีสองชั้นรวมหกห้อง แต่ละห้องก็มีความน่าสนใจแตกต่างกันไปไฮไลท์น่าจะอยู่ที่ ห้องกัลปพฤกษ์ ที่เน้นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของรถจักรยานและรถจักรยานยนต์มากมาย ส่วนอาคารหลังที่ 3 “อาคารชวนชน” ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวเป็นการจัดแสดงในเรื่องของรูปเก่าของเมืองปราจีนบุรีในสมัยก่อน และภาพถ่ายครั้งที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) เสด็จมาเยือนจังหวัดปราจีนบุรี เป็นต้น ต่อมาคืออาคารหลังที่ 4 อาคารเจ้าพายุ ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างจากรูปแบบของตะเกียงเจ้าพายุ โดยมีส่วนสูงประมาณ 13 เมตร ซึ่งภายในของอาคารนี้ สามารถเดินขึ้นไปเพื่อชมวิวโดยรอบได้ด้วย และยังมีบ่อปลาและกรงนกขนาดใหญ่ที่มีนกสวยงาม นานาชนิดให้เราได้ดู กระทั่งมาถึงอาคารหลังสุดท้ายที่เรียกว่า อาคารฟ้าประดิษฐ์ ซึ่งที่นี่จะได้พบกับเรือนหลากหลายชนิดและภายในโรงเรือนยังมีเรือนผูก ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างจากไม้ไผ่โดยไม่ต้องใช้ตะปูหรือลวดในการก่อสร้างเลย และภายในเรือนผูกได้จัดข้าวของเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตในสมัยก่อนอีกด้วย