วันก่อตั้ง สพร.

ประจวบคีรีขันธ์

จำนวน 6 แห่ง

อุทยานวิทยาศาสตร์ พระจอมเหล้า ณ หว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์

2015-12-08 11:25:26

หว้ากอในอดีต เป็นชื่อหมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลคลองวาฬ ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 15 กม.ความสำคัญของหมู่บ้านนี้เคยเป็นสถานที่ที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงคำนวณไว้ว่าจะเกิด สุริยุปราคาเต็มดวง สามารถมองเห็นได้ ชัดเจนที่นี่ ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตร สุริยุปราคา ณ ที่แห่งนี้ ต่อมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2532 ให้ดำเนินการโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ และเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานนามว่า “อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว่ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งขึ้นเป็นสถานศึกษาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2536 ปัจจุบันสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดตั้ง เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็น "บิดาแห่ง วิทยาศาสตร์ไทย" ซึ่งมีบทบาทในการ พัฒนาขีดความสามารถ ทางด้าน วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีของประเทศดังนี้ 1.ปลูกฝังความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความภาคภูมิใจในพระ อัจฉริยภาพแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะเป็น พื้นฐาน ให้คนรุ่นหลังเกิดความสนใจในศักยภาพของชนชาติไทย ที่จะ พัฒนา เกียรติประวัติ ทางด้าวิทยาศาสตร์ให้ก้าวหน้าสืบไป 2.เป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมทางการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม ดาราศาสตร์ อวกาศ เทคโนโลยี และพลังงาน เพื่อส่งเสริมคุณภาพการเรียน การสอนตามหลักสุตร เพื่อพัฒนา พื้นฐานความรู้ความเข้าใจ และเพื่อเผยแพร่วิทยาการ ที่จะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป 3.เป็นศูนย์ฝึกอบรมครูอาจารย์และบุคลากรการศึกษาทั้งใน ระบบและนอก ระบบโรงเรียน 4.เป็นศูนย์การศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ธรรมชาติวิทยาและเทคโนโลยีที่เหมาะสมดาราศาสตร์และพลังงาน 5.เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หว้ากอ

2016-03-10 22:08:11

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า หว้ากอ ซึ่งจัดนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยาของสัตว์น้ำต่างๆ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และนำเค็ม มีส่วนจัดแสดงทั้งหมด 2 ชั้น แบ่งนิทรรศการเป็น 6 นิทรรศการ เริ่มด้วยเมื่อผู้เข้าชมเข้ามาด้านในจะพบกับ การกำเนิดของสิ่งมีชีวิต เรียนรู้ระบบนิเวศเบื้องต้นจากซุ้มและฐานต่างๆ จากนั้นจึงนำเข้าไปสู่นิทรรศการจำลองระบบนิเวศจากขุนเขา หรือป่าต้นน้ำ แล้วจึงต่อเนื่องไปสู่นิทรรศการจำลองวิถีชีวิตแบบป่าชายเลน หาดทราบ และหาดหินพร้อมทั้งแสดงพันธุ์ปลาที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆ นอกจากนี้ผู้ชมยังสามารถสัมผัสกับบรรยากาศใต้ท้องทะเลภายใต้อุโมงค์ซึ่งสามารถมองเห็นปลาและสัตว์หลากหลายสานพันธุ์ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดกิจกรรม Touch Pools ไว้ให้ผู้ชมสามารถสัมผัสสัตว์น้ำได้โดยตรง เช่น ดาวทะเล แมงดา ปลิงทะเล เม่นทะเล เป็นต้น ชมนิทรรศการธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต จัดแสดงปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ อีกหลายสายพันธุ์ จากขุนเขาสู่สานน้ำ – เป็นส่วนจัดแสดงเรื่องชนิดและระบบนิเวศแหล่งต้นน้ำ ป่าต้นน้ำ โดยจัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดทั้งที่มีเกล็ดและไม่มีเกล็ด ผู้ชมจะได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิภาคของปลา และสามรถเชื่อมโยงความรู้ของระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด จากต้นน้ำสู่แหล่งน้ำใหญ่ จากระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด เรื่อยมาจนถึงระบบนิเวศน้ำกร่อยและน้ำเค็ม หากหินและหากทราย นอกจากนี้ยังนำพันธุ์ปลามีพิษที่หาชมได้ยากมาจัดแสดงทั้งยังเปิดวีดีทัศน์ให้ชมระบบนิเวศทะเลหว้ากอ ‘เปิดโลกพิศวงใต้ฝืนน้ำ’ อีกด้วย แหล่งเรียนรู้อื่นๆ ในเขตพื้นที่ใกล้เคียง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กองบิน 53

พิพิธภัณฑ์และอาคารประวัติสงคราม

2015-12-13 21:34:52

ปืนเล็กยาวแบบ 66 เป็นปืนเล็กยาวแบบ 66 หนึ่งในยุทโธปกรณ์ของผู้กล้า แห่งกองบินน้อยที่ 5 เป็นอาวุธประจำของทหารราบ เข้าประจำการเมื่อ พ.ศ.2466 ปลดประจำการเมื่อ พ.ศ.2516 ปืนชนิดนี้ใช้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อกองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกบริเวณอ่าวมะนาวกองบินน้อยที่ 5 (กองบิน 53ฯปัจจุบัน) อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เวลาประมาณ 04.00 น ของวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484ครั้งนั้น ทหาร ตำรวจข้าราชการ และประชาชนได้ร่วมมือกันต่อต้านผู้รุกรานอย่างสุดชีวิต ถือเป็นเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ที่กองบินฯและชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ภาคภูมิใจ และนี่คืออุทยานประวัติศาสตร์ ที่ก่อตั้งขึ้น (เมื่อปี พ.ศ.2531) เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญและเสียสละของชาวประจวบคีรีขันธ์ พิพิธภัณฑ์และอาคารประวัติสงคราม กองบิน 5 กองพลบินที่ 4 กองบัญชาการยุทธทางอากาศภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการประวัติและวิวัฒนาการสมัยสงครามโลกทั้งที่ 2 ของกองบินน้อยที่ 5 วิถีชีวิตความเป้นอยู่ของทหารในช่วงสงคราม นิทรรศการเกี่ยวกับประวัติการบินของประเทศไทยและเหตุการณ์ญี่ปุ่นยกทัพขึ้นบกที่อ่าวน้อย ภาพเหตุการณ์จริงของสงครามที่เกิดขึ้นตามที่ต่างๆ ทั่วโลกจำลองชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตที่ข้าวของเครื่องใช้จำเป็นต้องจัดเตรียมให้หยิบฉวยง่ายในยามฉุกเฉิน ห้องนิทรรศการทหารไทยในสงครามห้องนิทรรศการการเจรจา ขอผ่านแดน ห้องสู่สันติภาพนิทรรศการเกียรติภูมิผู้กล้า ฉากของวีรบุรุษในสมรภูมิ (น.ต.ม.ล.ประวาศ ชุมสาย) ชุดทหาร ที่ผ่านศึกสงครามรูกระสุนจากเหตุการณ์จริง อาวุธยุทโธปกรณ์ของผู้กล้ากองบินน้อยที่ 5 แผ่นจารึกชื่อของผู้กล้าท่านต่างๆ ฯลฯ รวมถึงนิทรรศการชีวิตความเป็นอยู่ของหอยตลับ เนื่องจากหอยตลับเป็นสัตว์ที่มีคุณค่าทั้งทางชีวภาพและเศรษฐกิจของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


พิพิธภัณฑ์หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร

2016-01-03 15:07:41

หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร คือนักบุกเบิกการเกษตร ผู้อุทิศชีวิตเพื่อเกษตรกรรมและเกษตรกรไทย อย่างแท้จริง โดยพระองค์ได้ทรงทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสมขึ้นที่ฟาร์มบางเบิด เพื่อเป็นแบบอย่างและเป็นทางเลือกสำหรับอาชีพของชนชั้นกลางรุ่นใหม่ ต่อมาพื้นที่ดังกล่าวได้ตกเป็นราชพัสดุ ให้เกษตรกรเช่าใช้จนถึงปี 2532 ก่อนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะขอพื้นที่ฟาร์มบางเบิดมาใช้ประโยชน์เพื่อจัดตั้งสถานีวิจัยทางการเกษตร ในปี 2534 และจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานฟื้นฟูผลงานและเผยแพร่เกียรติยศของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร โดยมีการจัดแสดงชีวประวัติของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร และหม่อมศรีพรหมา รวมถึงประวัติการจัดตั้งสถานีวิจัยสิทธิพร กฤดากร และวิวัฒนาการเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ในการกสิกรรม และการพัฒนาสายพันธุ์ผลผลิตทางการเกษตรด้วย มาที่นี่ต้องดู! เหรียญรางวัลแมกไซไซ ของมูลนิธิรามอนแมกไซไซ ซึ่งได้มอบแก่หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2510 และของใช้ส่วนตัวของหม่อมเจ้าสิทธิพร และหม่อมศรีพรหมา ผู้เป็นภริยา ที่แสดงถึงความพอเพียงในการดำเนินชีวิตของท่านทั้งสองได้เป็นอย่างดี

พิพิธภัณฑ์ทหารราบค่ายธนะรัชต์

2016-01-03 15:17:27

ปี 2550 พิพิธภัณฑ์ทหารราบ ได้จัดตั้งขึ้นจากคำสั่งที่ให้ทุกหน่วยตั้งแต่ระดับกองพันขึ้นไป จัดตั้ง พิพิธภัณฑ์ทหาร โดยจัดแสดงวัตถุโบราณเป็นชุดๆ อันประกอบไปด้วยอาวุธชนิดต่างๆ เครื่องแต่งกาย ภาพเหตุการณ์สำคัญ ภาพผู้บังคับบัญชา เครื่องมือช่างทหารและแผนที่ และทางศูนย์การทหารราบจึงได้ดำเนินการตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเดิมที่ตั้งอยู่ที่ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี และมอบให้แผนกยุทธการศูนย์การทหารราบเป็นผู้รับผิดชอบทำการรวบรวมอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในศูนย์การ ทหารราบ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยราชการอื่นๆ เพื่อให้นิทรรศการมีความสมบูรณ์ จนถึงปี 2551 จึงได้ย้ายที่ตั้งหน่วยไปที่ ตำบลเขาย้อย อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตั้งอยู่ที่นี่จวบจนถึงปัจจุบัน โดยภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงชีวประวัติบุคคล นายทหาร ฯพณฯ ท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตลอดจนประวัติและวิวัฒนาการด้านการทหาร เช่น อาวุธยุทโธปกรณ์ เรื่องราวของวิถีชีวิตทหารและเทคโนโลยีด้านการทหารต่างๆ มาที่นี่ต้องดู! อิฐพระสถูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โบราณวัตถุตั้งแต่สมัย ปี 2148 เดิมอยู่ที่เมืองหาง ประเทศพม่า ซึ่งผู้จงรักภักดีในพระนเรศวรมหาราชได้ร่วมกันสร้างถวาย เป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยใหญ่ในรัฐแน และชาวไทยน้อยหลายกลุ่ม แต่ปัจจุบันรัฐบาลพม่าได้ทำลายพระสถูปแห่งนี้ไปแล้ว และอิฐก้อนนี้คือส่วนหนึ่งของพระสถูปองค์นั้น

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน วัดนาห้วย

2016-01-03 15:23:34

วัดนาห้วย เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่ชมชนมา ตั้งแต่ยุคต้นรัตนโกสินทร์ มีอายุรวม 200 ปี จึงยังเห็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต ประเพณี ที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเรื่อยมา พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดนาห้วยเกิดขึ้นโดยความร่วมมือกันของชุมชนกับวัด ในการส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีในชุมชน โดยมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่ทางเจ้าอาวาสวัดให้มอบให้กับทางพิพิธภัณฑ์ และวัตถุเก่าแก่ที่ชาวบ้านได้นำมามอบให้ รวมถึงนิทรรศการชีวประวัติ เจ้าอาวาสวัดนาห้วยองค์ก่อนถึง 10 องค์ ทั้งในรูปแบบของภาพถ่ายและของใช้ ประวัติและวิวัฒนาการทางด้านโบราณคดี และประวัติศาสตร์เมืองปราณบุรี เครื่องปั้นดินเผา โอ่งโบราณ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เงินตรา คันฉ่อง และเครื่องใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีที่สืบทอดกันมา มาที่นี่ต้องดู! ตู้พระไตรปิฎกและพระไตรปิฎกเก่าแกที่ทางวัดเก็บไว้ และหินที่มีกระดูกแทรกอยู่ด้านใน ซึ่งชาวบ้านได้ขุดพบบนเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นสิ่งแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญ