รัชกาลที่ 8

ปทุมธานี

จำนวน 3 แห่ง

พิพิธภัณฑ์บัว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

2016-01-02 19:29:16

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับสั่งกับท่านผู้หญิงจรัสศรี ทิปิรัตน์ ในสมัยที่รับรากชารเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ว่าชื่อเมืองปทุมธานี แปลว่า เมืองบัว แต่ปัจจุบันนั้น หาดูบัวตามแหล่งน้ำก็หาดูยากมาก และเพื่อสนองพระราชดำริดังกล่าว สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จึงได้อาสาขอรับงานและจัดตั้งพิพิธภัณฑ์บัวราชมงคลขึ้นในปี 2543 เพื่อรวบรวมสายพันธุ์บัว รวมถึงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี 2546 ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงบัวสายพันธุ์ต่างๆ และข้อมูลทางวิชาการ ปัญหาและอุปสรรคในการเจริญเติบโตของบัวสายพันธุ์ต่างๆ รวมถึงภาพถ่ายบัวสายพันธุ์ที่หายากด้วย

พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

2019-03-20 13:52:12

ภายในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ยามที่เราเข้ามาด้านในนั้น พื้นที่ที่เห็นนั้นกว้างขวาง และถูกเติมเต็มไปด้วยสีเขียวของแปลงนารวมทั้งสวนผักผลไม้ทดลอง พื้นที่หลายๆ ส่วนของพิพิธภัณฑ์ฯ ยังคงอนุรักษ์สภาพดั้งเดิมของภูมิทัศน์ชีวิตชนบท เรื่องราวความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์เกษตรเพื่อร่วมเฉลิมฉลองพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลสมัยที่ ในหลวงทรงครอง สิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างอาคารเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 และในหลวงเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2545 และถูกจัดตั้งเป็นองค์การมหาชนเพื่อดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกาตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2545 ต่อมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) เพื่อดำเนินการบริหารงานตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2552 เป็นต้นมา อาคารต่าง ๆ จัดแสดงให้ได้ชม อาทิ “อาคารพัฒนาที่ดิน” ซึ่งจัดแสดงข้อมูลและหุ่นจำลองของสิ่งมีชีวิต สภาพลักษณะใต้ดิน ตัวอย่างลักษณะที่ดิน 4 ภูมิภาคอุปกรณ์การสำรวจที่ดิน สหกรณ์ตามทฤษฎีใหม่ “อาคารทรัพยากรป่าไม้” ซึ่งจัดแสดงภาพจำลองป่าชนิดต่าง ๆ สภาพถ้ำ สัตว์ป่า อุปกรณ์ป้องกันไฟป่า เครื่องมือในการทำไม้ การทำป่าไม้ในอดีต ชีวประวัติสืบ นาคะเสถียร และการอนุรักษ์สัตว์ป่า ข้อมูลแนะนำอุทยานแห่งชาติ “อาคารการประมง” ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวกิจการประมงน้ำเค็ม น้ำจืด และระบบนิเวศวิทยาใต้น้ำ “อาคารระบบนิเวศ” ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเต่าทะเล การเลี้ยงหอยแบบต่าง ๆ ระบบนิเวศป่าชายเลน การทำนากุ้งแบบปิด สัตว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจ อาทิ จระเข้ ตะพาบน้ำ หมู่บ้านชาวประมง รวมถึงผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ผลิตภายในประเทศไทย “อาคารการปศุสัตว์” ซึ่งจัดแสดงข้อมูลและหุ่นจำลองเกี่ยวกับพันธุ์สัตว์ และวิวัฒนาการด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ การจัดการเลี้ยงดู โรคและการป้องกันรักษา สัตว์เศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ตลอดจนประเพณีเกี่ยวกับสัตว์ที่มีความสัมพันธ์กับสังคมซึ่งในแต่ละอาคารที่ยังมีโซนย่อย ๆ ให้ได้ชมอีกมากมาย ตามที่เราอยากรู้ นอกจากนี้ยังมีอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมีจำนวน 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นการจัดแสดงเรื่องราววิถีชีวิตแห่งสังคมไทยและแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ กับงานพัฒนาการเกษตร ด้านชลประทาน แสดงภาพเขื่อนต่าง ๆ ที่สำคัญในประเทศไทยส่วนชั้น 2 นำเสนอเรื่องราวของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งมีห้องสมุดที่ให้เราเข้าไปเลือกยืมหนังสือ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ได้

หออัครศิลปิน

2016-01-10 09:31:17

ในฐานะที่เราเป็นคนไทย เมื่อมีสถานที่ที่รวมพระอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในฐานะที่ทรงเป็น “อัครศิลปิน” และพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงเป็น “วิศิษฏศิลปิน” เราเองก็ควรไปชมให้เห็นเป็นบุญตาสักครั้ง เพราะทุกเรื่องราวจะถูกจัดเป็น นิทรรศการถาวรที่ครองหัวใจคนไทยตลอดกาล หออัครศิลปิน ได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรม และเป็นสถานที่แสดงผลงานอันทรงคุณค่าด้านศิลปวัฒนธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายในหออัครศิลปินได้แบ่งเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการทั้งหมด 6 ห้อง คือ ห้องนิทรรศการวิศิษฏศิลปิน ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับชั้นที่ 2 และ 3 คือ ห้องนิทรรศการอัครสิลปิน ซึ่งเป็นห้องที่จัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระปรีชาสามารถทางด้านศิลปะ รวมถึงจัดแสดงผลงานจิตรกรรฝีพระหัตถ์และภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ขององค์ “อัครศิลปิน” ไว้เป็นจำนวนมากและจัดแสดงพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี รวมทั้งได้นำเสนอบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรูปแบบดนตรี 3 มิติ เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ห้องนิทรรศการประวัติและผลงานของศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ภายในห้องนิทรรศการมีการจัดแสดงรายชื่อของศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์พร้อมลายเซ็นของทุกคน และยังจัดแสดงประวัติ ผลงาน ที่ทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติ ต่อมาคือ ห้องนิทรรศการประวัติและผลงานของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ที่มีการจัดแสดงนิทรรศการ ที่มีแผ่นป้ายพร้อมลายเซ็นของศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ รวมถึงมีการจัดแสดงประวัติ ผลงาน และเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรมของศิลปินแห่งชาติพร้อมทั้งมีห้องสมุด ที่รวบรวมผลงานวรรณกรรมอันทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติ ห้องนิทรรศการประวัติและผลงานของศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง มีป้ายรายชื่อพร้อมลายเซ็นต์ของศิลปินแห่งชาติ ภายในห้องนิทรรศการนี้ มีการจำลองบรรยากาศของโรงละครและโรงภาพยนตร์ 3 มิติ สำหรับฉายภาพยนตร์ประวัติและผลงานของศิลปินแห่งชาติ มีห้องคาราโอเกะสำหรับฝึกขับร้องบทเพลงยอดนิยมของศิลปินแห่งชาติ ทั้งยังมีเวทีการแสดงประกอบแสงสีเสียงสำหรับใช้ในการถ่ายทอดภูมิปัญญาของศิลปินแห่งชาติ หากมาในรอบที่มีการฉายภาพยนตร์ในห้องฉายภาพยนตร์ขนาด 20 ที่นั่ง ก็ห้ามพลาด และยังมีห้องคาราโอเกะกับเขาอีกด้วย เรียกว่าจัดเต็มทั้งด้านความรู้ การสร้างแรงบันดาลใจ ได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินที่ผสมผสานไว้ในหออัครศิลปินได้อย่างลงตัว