ประวัติสุนทรภู่

น่าน

จำนวน 3 แห่ง

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่าน

2016-06-20 14:08:45

อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เดิมเรียกว่า หอคำ หรือ คุ้มหลวง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2446 โดยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน เพื่อใช้เป็นที่พำนักและที่ออกว่าราชการ ต่อมาได้ใช้เป็นที่พำนักของเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย กระทั่งพิราลัย บุตรหลานของเจ้าผู้ครองนครน่าน จึงมอบอาคารพร้อมที่ดินให้กับรัฐบาล เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด และเมื่อได้มีการสร้างอาคารศาลากลางหลังใหม่ ในปี พ.ศ. 2517 กระทรวงมหาดไทยจึงมอบอาคารและพื้นที่ให้กรมศิลปากร เพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากรใช้เวลาอยู่นานหลายปีในการบูรณะตัวอาคารซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม จนล่วงมาถึงปี พ.ศ.2524 จึงแล้วเสร็จและเริ่มจัดแสดงภายใน และได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2530 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานในพิธีเปิด

หอศิลป์ริมน่าน

2016-06-20 14:09:07

ไม่อยากเชื่อว่า เรากำลังอยู่ที่จังหวัดน่าน ณ จุดที่เรายืนอยู่บริเวณถนนหลักสายน่าน – ทุ่งช้าง ณ กิโลเมตรที่ 20 โดยมีทิศเหนือและทิศตะวันออกติดแม่น้ำน่าน จึงเป็นพื้นที่งดงาม ขอยืนยันว่าสวยงามจริง ๆ และตอนนี้ร่างกายเล็กๆ ของเราถูกโอบล้อมไปด้วยทิวเขา ต้นไม้และอากาศสบายๆ สายตามองเห็นหอศิลป์ที่สวยงามอยู่เบื้องหน้า สองเท้าก็เร่งเร้าว่า ให้เดินเข้าไปชมงานศิลปะด้านในไว ๆ จากบริเวณด้านหน้าอาคารก็สวยงามได้ใจแล้ว เหมือนอยู่ต่างประเทศเลย และเมื่อมองขึ้นไปบนหน้าจั่วด้านบนจะเห็นพระอาทิตย์ และพระจันทร์อยู่ใกล้ๆ กัน เมื่อซื้อบัตรผ่านประตูเข้ามากับราคาเพียง 20 บาท แล้วแลกกับการที่เราได้ชมความงามของศิลปะได้ไม่จำกัดเวลา ขอบอกว่า คุ้มค่ามากจริง ๆ เรื่องราวที่มาที่ไปของหอศิลป์ริมน่านแห่งนี้นั้น ดำเนินงานโดยคุณวินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่านที่สร้างสรรค์งานศิลปะ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงศิลปะ หลังจากร่ำเรียน สั่งสมประสบการณ์ทำงานด้านศิลปะมาหลายสิบปี คุณวินัยจึงกลับมาสร้างหอศิลป์ขึ้นที่บ้านเกิดของตน หวังที่จะถ่ายทอดความงามของศิลปะให้แก่ผู้คนและเยาวชนของจังหวัดน่าน โดยใช้เวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2541 – 2545 ในการปรับปรุงพื้นที่ และใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างอีก 2 ปี หอศิลป์จึงเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2547 นั่นเอง สถานที่ดีๆ แบบนี้จริงๆ แล้วน่าจะมาตั้งแต่แรกแล้ว จากบริเวณชั้นล่างที่เดินกันอยู่นั้น จะได้เห็นผลงานศิลปะของศิลปินหลายๆ ท่านที่นำมาจัดแสดง ซึ่งเป็นส่วนแสดงนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัย ส่วนบริเวณชั้น 2 ผลงานศิลปะและงานสะสมของคุณวินัย ปราบริปู ทั้งภาพวาด และประติมากรรม ส่วนชั้นล่างเป็นนิทรรศการหมุนเวียน นำผลงานของศิลปินแขนงต่าง ๆ มาหมุนเวียนจัดแสดง พอลงมาด้านล่าง และเดินไปทางด้านหลังอาคารจะมี “เฮือนไม้” หรือเรือนไม้เล็ก ๆ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสวยงามตั้งแสดงตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ นั่นก็คือ “เฮือนศรีนวล” ตรงข้ามกันก็คือ “เฮือนยอดหล้า” จะมีภาพวาดและงานศิลปะแบบปูนปั้นจำหน่าย นอกจากนี้ยังมี “เฮือนหนานบัวผัน” ซึ่งเป็นสถานที่จัดนิทรรศการภาพถ่ายประวัติจิตรกรรมฝาผนังเมืองน่าน และยังมีห้องนิทรรศการ “สตูดิโอ แกลลอรี่ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ทั้งศิลปินรุ่นผู้มีความประสงค์เผยแพร่ผลงานทั้งกลุ่มและเดี่ยว (one man show) จึงทำให้เกิดกิจกรรมศิลปะประจำปีประมาณ 10 – 12 นิทรรศการอีกด้วย สำหรับให้ผู้มาชมศิลปะสามารถซื้อสินค้าที่ระลึก สำหรับหลายคนคงเลือกนั่งจิบกาแฟ กินขนม และชมธรรมชาติ บริเวณด้านหลังหอศิลป์นี้เหมือนเรา เพราะได้สัมผัสธรรมชาติ ทิวเขา สายน้ำน่านและลมเย็นๆ ที่พัดเอื่อยๆ ให้เราได้พักกาย พักใจกันที่แห่งนี้

หอศิลป์พิงพฤกษ์

2016-06-24 14:49:47

และแล้วเราก็เดินทางมาถึงหอศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นแห่งเมืองน่านหอศิลป์ขนาดเล็กบนเนื้อที่เพียง 1 งาน แต่ภายในหอศิลป์กับมีบรรยากาศที่อบอุ่นตลบอบอวนอยู่ทุกอณู และยังเป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้รู้จักจังหวัดน่านมากขึ้น หอศิลป์พิงพฤกษ์ก่อตั้งขึ้นโดยคุณสุรเดช กาละเสน ศิลปินชาวน่าน นอกเหนือจากงานประจำในโรงพยาบาลจังหวัดน่าน คุณสุรเดชได้อุทิศเวลาให้กับงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถของวัดมิ่งเมือง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ซึ่งเคยได้รับรางวัลด้านศิลปะต่าง ๆ มากมาย อาทิ รางวัลศิลปินดีเด่นจังหวัดน่าน สาขาทัศนศิลป์ ด้านจิตกรรม ประจำปี 2542 จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ รางวัลชนะเลิศการประกวดแบบตราสัญลักษณ์ “น่านเมืองศิลปวัฒนธรรมนำสู่มรดกโลก” ต่อมาเมื่อคุณสุรเดชได้เสียชีวิตลงกะทันหันก่อนที่จะเปิดหอศิลป์จากที่ได้เริ่มต้นไว้ ทำให้คุณโสภา กาละเสน (ภรรยา) ได้มาสานงานต่อเพื่อให้หอศิลป์แห่งนี้ได้เปิดขึ้นตามความตั้งใจของคุณสุรเดช เราจึงได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนหอศิลป์แห่งนี้ และอาจเป็นเพราะความลงตัวที่แยกกันไม่ออกระหว่างบ้านและหอศิลป์ เพราะทั่วทั้งบ้านเต็มไปด้วยภาพเขียน ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ตาม โดยภายในหอศิลป์พิงพฤกษ์ นอกจากจัดแสดงผลงานภาพวาดของคุณสุรเดชแล้ว ยังมีในส่วนของบ้านศิลปะที่มีศิลปะและข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จัดแสดงให้เห็นเสมือนมาบ้านของคุณปู่คุณย่าต่างจังหวัดอย่างไงอย่างนั้น และยังมีมุมด้านหนึ่ง ที่จัดแสดงโต๊ะทำงานและอุปกรณ์วาดภาพของคุณสุรเดชไว้เสมือนเป็นการระลึกถึงบรรยากาศการทำงานของผู้ก่อตั้งหอศิลป์แห่งนี้อีกด้วย และที่ชื่นชอบมากที่สุดอีกจุดก็คือ ส่วนที่จัดแสดงวิถีชีวิตท้องถิ่นในครัวมะเก่า ซึ่งสร้างเป็นครัวไฟโบราณจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณ โดยมีตัวเตาไฟที่ทำจากไม้ประกอบกันเป็นสี่เหลี่ยมใส่ดินลงไปให้เต็มพอดีขอบของไม้ ขนาดนั้นก็พอๆ กับที่จะตั้งเตาหุงหาอาหารได้ ส่วนของใช้ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ อาทิ หม้อนึ่ง หม้อข้าว ที่กวนข้าว ที่ผึ่งข้าว ถ้วย ช้อน ชาม ไห ปิ่นโต และอีกมากมาย ของใช้บางอย่างอายุอานามมากกว่าเราเสียอีก ซึ่งสามารถแสดงให้เราได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตสมัยพ่ออุ้ยแม่อุ้ยไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู ได้สัมผัสของจริงด้วยตาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้หอศิลป์แห่งนี้ยังเปิดเป็นศูนย์ฝึกการวาดภาพให้กับกลุ่มเยาวชนในละแวกใกล้เคียงอีกด้วย จังหวัดน่าน เป็นเมืองแห่งความเงียบสงบและเสมือนเด็กหญิงแก้มแดงน่ารัก น่าชัง ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ หรือวัดวาอาราม ที่คนไทยอย่างเราน่าจะไม่พลาดในการมาเยี่ยมเยียน พิพิธภัณฑ์เวียงพยาว (วัดลี)