โบราณสถาน

นครสวรรค์

จำนวน 5 แห่ง

พิพิธภัณฑ์จันเสน

2015-12-08 11:47:02

เมืองโบราณจันเสนได้รับการค้นพบครั้งแรก โดยนักวางผังเมือง ‘อาจารย์นิจ หิญชีระนันท์’ ในพ.ศ.2509 จากการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ และได้เข้าไปถ่ายรูปโบราณวัตถุต่างๆ ในบริเวณนั้นแล้วได้นำมาเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ต่อมาในพ.ศ.2511-2512 ได้มีการศึกษาสภาพกายภาพของเมืองโบราณ และขุดสำรวจทางโบราณคดี โดยความร่วมมือทั้งนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ซึ่งถือว่าเป็นการขุดค้นหาโบราณคดีอย่างมีระบบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จากการศึกษาครั้งนั้น พบว่าเมืองโบราณจันเสนเป็นเมืองโบราณที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และมีความชัดเจนในการตั้งถิ่นฐานของผู้คนในสมัยทวารวดีตอนต้นหรือประมาณ 1,500 ปีก่อนหลังการขุดสำรวจแล้วเสร็จและข่าวแพร่ออกไป จันเสนก็ถูกทอดทิ้งจากหน่วยงานทั้งหลาย (อีกครั้ง) เป็นช่องทางให้โบราณวัตถุมากมายบริเวณนั้น ถูกลักลอบขุดและจำหน่วยให้กับพ่อค่าวัตถุโบราณ กระทั่งพระครูนิสัยจริยคุณ หรือที่รู้จักกันดีในนาม ‘หลวงพ่อโอด’ อดีตเจ้าอาวาสวัดจันเสนในสมัยนั้นเกรงว่ามรดกทางวัฒนธรรมของชาติจะถูกลักลอบขุดไปเสียหมด จึงได้รวบรวมโบราณวัตถุที่แตกหักเสียหายจากการถูกลักลอบขุดนั้นมาเก็บไว้ที่วัดจันเสน โดยมีดำริที่จะก่อสร้างอาคาร เพื่อจะจัดเก็บวัตถุดังกล่าวรวมถึงสิ่งของสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่พระครูได้เก็บสะสมไว้จำนวนหนึ่ง จึงคิดว่าควรจะนำมารวมไว้ในสถานที่เดียวกัน เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา รู้หรือไม่ : คำจารึกที่ฐานพระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันเสนบอกไว้ว่า ‘เมืองจันเสน’ เป็นเมืองนครโบราณสมัยทวารวดีตอนต้นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา พัฒนาขึ้นมาจากชุมชนสมัยโลหะตอนปลายมีอายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปีมาแล้ว นับว่าเป็นชุมชนแรกเริ่มในสุวรรณภูมิที่มีการติดต่อกับอินเดียร่วมสมัยกับเมืองอู่ทองในลุ่มน้ำท่าจีน และเมืองฟูนันใกล้ปากแม่น้ำโขงดังเห็นได้จากโบราณวัตถุที่เป็นตราดินเผา เศษภาชนะประดับลักษณะเดียวกับที่พบในอินเดียและแค้วนฟูนัน และการติดต่ออินเดียนี้เองทำให้จันเสนเป็นชุมชนที่นับถือพระพุทธศาสนาแต่แรกเริ่ม สังเกตได้จากการสร้างรูปเคารพ สิ่งของสิริมงคลต่างๆทั้งยังมีซากสถูปเจดีย์อันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งสร้างขึ้นไว้บูชา

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร

2016-01-02 17:16:40

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร จังหวัดนครสวรรค์ แห่งนี้ ตั้งตั้งขึ้นเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา หรือประชาชนที่สนใจสามารถศึกษาหาความรู้เกี่ยวประวัติไปรษณีย์ไทย รวมทั้งผู้ที่สนใจสะสมดวงตรา ไปรษณียากร สามารถมาพบปะ และทำกิจกรรมร่วมกันได้ ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงประวัติและวิวัฒนาการไปรษณีย์ไทย ดวงตราไปรษณียากรที่ออกในวาระสำคัญต่างๆ รวมทั้งเทคโนโลยี เครื่องมือสื่อสาร และเครื่องโทรเลข โดยแบ่งเป็น 2 ห้อง ห้องแรกเป็นห้องบรรยาย ส่วนหน้าจะเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติไปรษณีย์และการสื่อสาร ส่วนห้องที่สองใช้จัดแสดงนิทรรศการ ชุดดวงตราไปรษณียากร ที่ออกมาในวาระต่างๆ รวมถึงภาพถ่ายและอุปกรณ์ที่เคยใช้ไปรษณียสวรรค์วิถี

พิพิธภัณฑ์ วัดเกยไชยเหนือ

2016-01-02 17:51:45

วัดเกยไชยเหนือ เดิมเรียกว่าวัดท่าบรมธาตุ สำหรับการก่อสร้างพระบรมธาตุแห่งนี้ ไม่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร มีแต่คำบอกเล่าสืบต่อกันมาว่า การสร้างพระบรมธาตุแห่งนี้สัมพันธ์กับการสร้างวัดโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตรในสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2246-2251) โดยพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาระบุว่า พระเจ้าเสือประสูติ ณ บ้านโพธิ์ประทับช้าง แขวงเมืองพิจิตร เมื่อพระเจ้าเสือเสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงระลึกถึงที่ประสูติตามคำพระมารดาตรัสเล่า จึงโปรดให้สมุหนายกเกณฑ์ผู้คนลำเลียงสิ่งของ ไปก่อสร้างวัด ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปีเศษ จึงแล้วเสร็จ ในระหว่างการก่อสร้างพระอารามแห่งนี้ ตราบจนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์ คงจะมีเรือบรรทุกสิ่งของผ่านไปมาหลายครั้ง พระเจ้าแผ่นดินอาจเสด็จมาเวลาใดเวลาหนึ่ง รวมทั้งเสด็จมาในงานฉลองพระอารามตามที่ปรากฏในพระราชพงศาวดาร มีเรื่องเล่าแทรกว่า เรื่อพระที่นั่งเกยตื้น ณ หาดทราย บริเวณที่ตั้ง วัดเกยไชยเหนือในปัจจุบัน พระเจ้าแผ่นดินอาจทอดพระเนตรเห็นชัยภูมิที่แปลกตาเนื่องจากการสบกันของแม่น้ำสองสาย จึงตรัสขอที่ดินจากตายายผู้ทำมาหากินบริเวณนั้น สร้างพระเจดีย์พระบรมธาตุ เข้าใจว่าทรงโปรดให้สร้างวัดด้วยในคราวเดียวกัน ณ บริเวณดังกล่าว โดยใช้วัสดุสิ่งของการสร้างวัดโพธิ์ประทับช้าง จึงเรียกว่า วัดพระบรมธาตุตั้งแต่นั้นมา สำหรับหมู่บ้านแถบนั้นก็ได้นามว่า บ้านเกยไชย ตามเหตุการณ์เรือพระที่นั่งเกยตื้น งานสมโภชพระบรมธาตุมีสืบเนื่องมาโดยตลอดประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นงานปิดทองและห่มผ้าองค์พระเจดีย์ ในวันขึ้น 14-15 ค่ำ เดือน 5 ครั้ง 2 จัดขึ้นในวันแรม 2 ค่ำ เดือน 11 เพื่อปิดทององค์พระเจดีย์ และจัดงานแข่งเรือ โดยพื้นทั้งในบริเวณวัดเกยไชยเหนือและโดยรอบ มีประวัติศาสตร์การก่อตั้งชุมชนรวมถึงเป็นเส้นทางค้าขาย เป็นจุดผ่านสบกันระหว่างแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน มีผู้คนเดินทางไปมาทางเรือตั้งแต่อดีต จึงพบวัตถุอันเป็นหลักฐานทางโบราณคดีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศสาตร์ ที่มีความหลากหลายและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อรวบรวมสิ่งของที่ได้มามากขึ้น ทางวัดจึงมีนโยบายจัดตั้งพิพิธภัณฑ์วัดเกยไชยเหนือขึ้น โดยท่านเจ้าอาวาสองค์ก่อน พระครูนิทานธรรมประทาน (หลวงพ่อเที่ยง) โดบรวบรวมวัตถุที่มีอยู่ในวัด พอชาวบ้านได้ทราบข่าวก็นำวัตถุมาบริจาคด้วย เรี่ยไรเงินสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ โดยจุดเด่นคือการสร้างด้วยไม้ตาลพืชเศรษฐกิจของชุมชนเกยไชย มีลวดลายสวยงาม เมื่อปี 2535 ต่อมาเมื่อมีวัตถุเพิ่มขึ้นอีก อาคารพิพิธภัณฑ์ไม่สามารถจัดเก็บได้พอเพียง ชาวบ้านจึงได้เรี่ยไรเงินเพื่อสร้างอาคารหลังที่ 2 ประกอบกับนโยบายของจังหวัดในขณะนั้นที่ต้องการพัฒนาวัดเกยไชยเหนือให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดนครสวรรรค์ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงให้การสนับสนุนในการสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ เพิ่มขึ้นอีกหลังหนึ่ง ชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์ต้นน้ำ” รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบ


พิพิธภัณฑ์ต้นน้ำ

2016-01-02 17:58:58

พิพิธภัณฑ์ต้นน้ำคืออาคารหลังที่ 2 ที่สร้างต่อมาจากพิพิธภัณฑ์วัดเกยไชยเหนือ เพื่อรองรับวัตถุ ที่ชาวบ้านนำมาบริจาค โดยมีการจัดแสดงประวัติและวิวัฒนาการของวัตถุโบราณ ที่แสดงถึงการค้าขาย อันรุ่งเรืองในอดีต รวมถึงเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเครื่องทุ่นแรง เครื่องประดับเงินโบราณ วัตถุบูชา พระพุทธรูป และเครื่องใช้ในพิธีกรรม ที่บ่งบอกวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อของผู้คน ตลอดจนเครื่องมือเกษตรกรรม ที่มีการพัฒนาจากแรงงานคนสู่การใช้แรงเครื่องจักรวัตถุการแพทย์แผนโบราณ และผลงานศิลปะมากมาย ที่บ่งบอกถึงภูมิปัญญา โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่คร่าวๆ ตามลักษณะทางกายภาพ เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องสังคโลก เงินโบราณ เปลือกหาย พระพุทธรูป เป็นต้น

อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ด

2016-01-02 18:19:51

บึงบอระเพ็ด เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และในปี 2543 องค์กาบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ได้รับมอบพื้นที่ใกล้ศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืด จังหวัดนครสวรรค์ จากกรมประมง จำนวน 165 ไร่ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวครบวงจรอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดและได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ด เพื่อเป็นสถานที่อนุรักษ์รวบรวมพันธุ์ปลาน้ำจืด ปลาสวยงามนานาชนิด และเป็นแหล่งเรียนรู้แก่เยาวชนประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยได้รับพระราชทานนามว่า “อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ด เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550’ ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงธรรมชาติศึกษา มีสิ่งชีวิต พันธุ์ปลาทะเลและพันธุ์ปลาน้ำจืดหลากหลายชนิด โดยมีการสร้างระบบนิเวศ เพื่อให้เห็นถึงพฤติกรรมตามธรรมชาติของปลาหายากชนิดต่างๆ รวมถึงแสดงวิถีชีวิต อุปกรณ์ประมง และวิธีการจับปลา แบบภูมิปัญญาชาวบ้านด้วย