ประเพณี

นครนายก

จำนวน 1 แห่ง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดฝั่งคลอง

2016-01-10 08:55:12

หลายครั้งที่เรามีโอกาสแวะไปเที่ยวที่จังหวัดนครนายก แต่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าที่จังหวัดนครนายกก็มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอยู่ด้วย โดยเฉพาะความเป็นรากเหง้าของชีวนครนายก ซึ่งพื้นเพเดิม ๆ คือ คนไทยพวน หากในครั้งนี้เรามีโอกาสที่จะมาจังหวัดนครนายกอีกครั้ง เราจึงตั้งใจที่จะไปชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดฝั่งคลอง ซึ่งตั้งอยู่ในวัดฝั่งคลอง ริมถนนทางหลวงเลยนั่นเอง เรื่องราวของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เกิดขึ้นเพราะปัจจุบันวิถีชีวิตพื้นบ้านแบบไทยพวนค่อยๆ สูญหายและถูกกลืนไปกับสังคมไทยสมัยใหม่ หากแต่ยังมีกลุ่มคนที่พยายามอนุรักษ์และสืบสาวประวัติความเป็นมา และประเพณีวัฒนธรรมของคนพวนในพื้นที่ของจังหวัดนครนายกเอาไว้ หนึ่งในนั้นคือ พระครูวิริยานุโยค (สมบัติ บุญประเสริฐ) เจ้าอาวาสวัดฝั่งคลอง ในปี พ.ศ. 2541 หลังจากที่ท่านมีโอกาสเข้าร่วมประชุมสัมมนาศึกษาดูงาน ตามโครงการของกรมศิลปากร เรื่องการดูแลทรัพย์สินทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ในส่วนของพระสังฆาธิการ และตระเวนศึกษาดูงานและพร้อมกับได้รับคำแนะนำจากกรมศิลปากร รวมทั้งได้รวบรวมของเก่าที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์มาเก็บไว้จำนวนหนึ่ง ท่านจึงตัดสินใจก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดฝั่งคลอง (ไทยพวน) ขึ้นเพื่อจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับไทยพวน โดยปรับพื้นที่บริเวณชั้นล่างของหอฉันเป็นสถานที่แสดงนั่นเอง เมื่อเข้าด้านในพิพิธภัณฑ์ เราจะพบกับห้องโถงยาว ด้านหนึ่งคือ “เฮือนไทยพวน” ที่จำลองบ้านและเครื่องใช้ไม้สอยภายในครัวเรือนของชาวไทยพวน มีส่วนนิทรรศการและข้าวของต่างๆ ที่มีอายุกว่า 200 ปี มาจัดแสดงในหัวเรื่อง “อยู่ดี กินดี มีสุข สวยงาม” นำเสนอถึงวิถีชีวิตของไทยพวนตั้งแต่การสร้างบ้านที่อยู่อาศัย (อยู่ดี) การทำมาหากิน อาหาร (กินดี) การละเล่นนางด้ง นางสุ่ม การร้องรำทำเพลง (มีสุข), เครื่องแต่งกาย ผ้าทอ ซิ่น (สวยงาม) ผ่านข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ อาทิ สมุดข่อยโบราณ เครื่องทองเหลือง เชี่ยนหมาก ขันพาน เครื่องจักสานประเภทกระบุง ตะกร้า ถ้วยชามกระเบื้อง กบไสไม้ ตะเกียง โม่ กระต่ายขูดมะพร้าว หีบใส่ผ้า เตารีดใส่ถ่าน โอ่ง ไหดินเผา หม้อน้ำดินเผา กี่ทอผ้า เครื่องมือทำนา เครื่องมือจับปลา แคน ปั้นชา หม้อกาแฟ ของจัดแสดงส่วนใหญ่มีป้ายชื่อเรียกทั้งภาษาไทยและพวน อักษรพวน วิธีใช้ และประโยชน์การใช้งาน หากไม่ได้มาชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เราคงไม่มีความรู้ในเรื่องของคนไทยพวนเลย ไม่มีทางได้รู้ว่ายังมีกลุ่มคนที่มีเชื้อสายนี้อยู่ในประเทศไทย และยังคงต้องการอนุรักษ์สิ่งดี ๆ ที่ตัวเองมีให้ลูกหลานได้รู้จัก รวมทั้งเปิดโอกาสให้คนอื่น ๆ ได้เข้ามาเยี่ยมชมและซึมซับสิ่งดี ๆ เหล่านี้ด้วย