ยักษ์

ชลบุรี

จำนวน 5 แห่ง

พิพิธภัณฑ์ริบลีส์ เชื่อหรือไม่! พัทยา

2016-01-21 12:48:59

พิพิธภัณฑ์รวบรมเรื่องแปลกพิสดาร เหลือเชื่อ จากทั่วทุกมุมโลก ก่อขึ้นตั้งโดย ‘มิสเตอร์ โรเบิร์ท ริบลีส์’ เจ้าของฉายา ‘เชื่อหรือไม่กับริบลีส์’ ที่ถ่ายทอดเรื่องราว แปลกพิสดาร ออกมาเป็นการ์ตูนจนแพร่หลาย และได้รับความนิยมจากคนนับล้านทั่วโลก เรื่องราวของโรเบิร์ท ริบลีส์ นั้นเป็นชีวิตที่โลดโผนอย่างเหลือเชื่อกว่า 40 ปี เขาใช้ชีวิตเดินทางไปทั่วโลก ไม่ว่าจะไปที่ใด เขาเฝ้าค้นหาสิ่งแปลกๆ มหัศจรรย์ ไม่ธรรมดา เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นบทความ และการ์ตูนยอดนิยมที่ปรากฏอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์กว่า 300 ฉบับทั่วโลก และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ กว่า 17 ภาษา แต่สิ่งมหัศจรรย์กว่านั้น คือ ริบลีส์ต้องค้นหาเรื่องเชื่อหรือไม่อย่างน้อย 1 เรื่องต่อวัน เป็นเวลากว่า 30 ปี หลายๆ ครั้งมีคนถามริบลีส์ว่าเขาค้นพบสิ่งของและเรื่องราวแปลกประหลาดที่ดูจะมีมากมายไม่มีวันหมดได้อย่างไร และที่ไหนบ้าง เขาตอบเพียงง่ายๆ ว่า ‘พบได้ทุกแห่ง และทุกเวลา’ ริบลีส์เสียชีวิตในขณะที่เขาอายุได้เพียง 55 ปี แต่นั้นไม่ได้ทำให้ภารกิจของเขาจบลง ปัจจุบันองค์กรที่เขาจัดตั้งขึ้นเมือครั้งยังมีชีวิตอยู่ยังคงสานต่อภารกิจรวบรวมเรื่องแปลกมหัศจรรย์ต่างๆ รวมถึงทำหน้าที่รวบรวมของสะสม ของแปลกประหลาดของเขา และจัดแสดงขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ ‘เชื่อหรือไม่’ แห่งแรกที่เซนต์ออกุสทิน รัฐฟลอริดา ซึ่ง ‘โรเบิร์ท ริบลีส์’ เองก็กลายเป็นหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ในพิพิธภัณฑ์นี้ไปโดยบริยาย ทุกวันนี้พิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ เชื่อหรือไม่! มีทั้งหมด 30 สาขาทั่วโลกสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศไทย พิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ เชื่อหรือไม่! ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2538 ตั้งอยู่ชั้น 3 ของศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้นพลาซ่า (เลียบชายหาดพัทยาใต้) เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยบูรพา

2015-12-11 12:37:52

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับการพัฒนามาจาก “พิพิธภัณฑ์สัตว์และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม” ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2512 โดยคณะอาจารย์ภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน (วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสนเดิม) เพียง 2 – 3 คน และคณะนิสิตอีกจำนวนหนึ่ง โดย ดร.บุญถิ่น อัตถากร อดีตอธิบดีกรมการฝึกหัดครู และอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้สนับสนุนการดำเนินการโครงการดังกล่าว พิพิธภัณฑ์สัตว์และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม เปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2513 และในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2519 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน ได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ทรงประกอบพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์สัตว์และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม พิพิธภัณฑ์สัตว์ และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ จนไม่สามารถขยายออกไปได้อีก ทั้งนี้เนื่องจากตัวอาคารมีขนาดจำกัด และไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับการนี้โดยตรงเพื่อเป็นการขยายกิจการของพิพิธภัณฑ์สัตว์ และสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นกว่าเดิมทางมหาวิทยาลัยโดยการนำของ ดร.ทวี หอมชง และคณะได้จัดทำโครงการขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2523 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า ในการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเลเป็นมูลค่า 230 ล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างในวันที่ 1 ธันวาคม 2524 ณ บริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน ในเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จมาทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2525 การก่อสร้างแล้วเสร็จ และมีพิธีมอบให้แก่มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2526 สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลมีหน่วยงานภายในทั้งหมด 7 ฝ่าย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการงานบริหาร 1 ฝ่าย งานด้านวิจัย 2 ฝ่าย และงานด้านบริการวิชาการสู่สังคม 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม ฝ่ายพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล และฝ่ายบริการวิชาการ จากนั้นศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้จัดทำโครงการเพื่อยกฐานะเป็นสถาบัน และได้รับอนุมัติให้เป็นสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2528

เมืองจำลอง พัทยา

2015-12-15 17:06:13

ศูนย์ศึกษาเมืองจำลองมีการริเริ่มโครงการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2528 เริ่มงานก่อสร้างในพ.ศ. 2539 โดยสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยชิ้นแรก มีพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ภายใต้ความคิดของคุณเกษม เกษมเกียรติกุล ซึ่งมีความสนใจในงานด้านศิลปกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม จึงได้จำลองสถานที่และสถาปัตยกรรมที่สำคัญๆทั้งในต่างประเทศ และในประเทศไทยในมาตราส่วน 1 : 25 และ 1 : 5 ในบางโมเดล เพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมในที่เดียวกัน โดยยังคงรักษารายละเอียดไว้ได้เหมือนสถานที่จริง เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา


พิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถาน

2016-01-10 18:47:21

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำจัดตั้งอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ณ เกาะสีชัง ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์สิ่งที่หาได้บนเกาะสีชัง เพื่อเป็นการเฉลิมพระชนมพรรษาพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2434 และมีวัตถุประสงค์อีกประการคือ เพื่อเป็นการให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติบริเวณหมู่เกาะสีชังอีกด้วย ภายในจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 9 โซนด้วยกันคือ โซนเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดแสดงพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานเมื่อวันเปิดการแสดงพิพิธภัณฑ์ที่เกาะสีชัง โซนสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จัดแสดงประวัติความเป็นมา วิสัยทัศน์ และพันธกิจของสถาบัน ต่อมาคือโซน Mini – Theater ที่น่าสนใจ เป็นการแนะนำเกาะสีชัง โซนระบบนิเวศหาดหินหาดทรายโซนแพลงก์ตอน และความสำคัญในระบบนิเวศทางทะเลจัดแสดงสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เรียกว่า “แพลงก์ตอน” ซึ่งประกอบด้วย สิ่งมีชีวิตหลายกลุ่ม แต่สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ แพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ ตามลักษณะทางชีววิทยาและการดำรงชีวิต ยังมีโซนพันธุ์สัตว์น้ำ จัดแสดงให้เห็นถึงพันธุ์สัตว์น้ำที่พบบริเวณหมู่เกาะสีชังซึ่งนำเสนอเป็น 4 ประเภท ได้แก่ สัตว์ทะเลเศรษฐกิจ สัตว์ที่อาศัยตามพื้นทะเล สัตว์ทะเลที่มีการเพาะเลี้ยงและปลาทะเลสวยงาม และโซน Touch Tank เป็นบริเวณที่จำลองระบบนิเวศหาดหินและหาดทรายของหมู่เกาะสีชัง โดยจัดแสดงสัตว์ทะเลนานาชนิด เช่น ปลิงทะเล ดาวทะเล ดาวแสงอาทิตย์ และหอยชนิดต่าง ๆ ที่ผู้เข้าเยี่ยมชมสามารถสัมผัสได้จริง เพื่อเป็นการศึกษาและปลูกฝังให้ผู้เข้าชมเกิดจินตนาการ และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สัตว์ทะเล โซนสัตว์เศรษฐกิจมิตรสิ่งแวดล้อม จัดแสดงการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อไทย สัตว์เศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่สถาบันฯ ได้ทำการค้นคว้าและวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง สามารถเพาะเลี้ยงได้ในระบบฟาร์มบนบกน้ำหมุนเวียนแบบกึ่งปิด โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะทำให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค สุดท้ายโซนปะการัง จัดแสดงปะการังบริเวณเกาะสีชัง เป็นปะการังในเขตน้ำตื้นที่พบเป็นกลุ่มแรกในบริเวณอ่าวไทยที่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และยังพบปะการังชนิดที่มีลักษณะเฉพาะถิ่นคือปะการังเดี่ยวขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายเห็ด และยังเป็นที่สนใจในการทำวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลทั่วโลก นอกจากนี้ เรายังสามารถท่องเที่ยวในเกาะสีชังได้อีกหลายจุด โดยเฉพาะพระราชวังเก่าที่สวยงาม และยังคงเต็มไปด้วยความหอมของดอกลีลาวดียามที่บานทั้งต้น หรือจะแวะไปเล่นน้ำที่หาดถ้ำพังก็ได้เช่นกัน

พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน

2016-01-10 18:56:27

พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน พระราชวังเก่าที่แสนสวยคลาสสิก ติดริมทะเล ไม่ว่าจะผ่านกาลเวลามานานแค่ไหน แต่พระราชวังเก่าแห่งนี้ ยังคงสวยงามและตั้งตระหง่านอยู่เสมอ บริเวณกลางพิพิธภัณฑ์ ยังพบกับฐานพระที่นั่งบันธาตุรัตนโรจน์ ซึ่งเหลือไว้เพียงแค่ฐานปูน นับว่าเป็นพระที่นั่งองค์ใหญ่ที่สุดในพระจุฑาธุชราชฐาน ใช้เป็นที่ประทับและรับแขกบ้านแขกเมือง แต่ยังไม่ทันสร้างเสร็จก็เกิดเหตุการณ์ รศ.112 เมื่อเหตุการณ์สงบ รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริให้รื้อไปปลูกสร้างใหม่ที่พระราชวังดุสิตและพระราชทานนามใหม่ว่า “พระที่นั่งวิมานเมฆ” นั่นเอง เรือนเก่าแก่สีเขียวเข้มตัดกับสีฟ้าของท้องทะเล เป็นเรือนไม้แบบตะวันตก ซึ่งมีการสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นเพื่อให้ชาวต่างชาติมาพัก และต่อมาจึงปรับปรุงเป็นเรือนพักของพระราชวงศ์ นอกจากนี้ด้านล่างยังเปิดเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ให้นั่งละเลียดกาแฟกับบรรยากาศทะเล ในอารมณ์หลงยุค สำหรับบริเวณด้านบน ยังจัดแสดงเรื่องราวที่เกี่ยวกับสถานที่น่าสนใจของเกาะสีชัง เรือนวัฒนา ที่เป็นตึกสี่เหลี่ยมผืนผ้า อาคารสร้างด้วยอิฐถือปูน หิน ปูน กระเบื้อง พื้นบันไดในอาคารประตู หน้าต่าง เพดาน และโครงสร้างของหลังคา ทำด้วยไม้สักหลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องเกล็ดเต่า มีเฉลียงด้านหน้า ชั้นล่างเพดานมีเสา 4 ต้น ชั้นบนเป็นเสาไม้ธรรมดา ประตูทางเข้าชั้นล่างมี 3 ประตู ตัวอาคารทาสีเหลืองหม่นรูปแบบของอาคารได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้น และยังเป็นเรือนที่มีการจัดแสดงนิทรรศการเหตุการณ์สำคัญในเกาะสีชังสมัยรัชกาลที่ 5 เรือนนี้สำคัญตรงที่ว่า หากใครประวัติศาสตร์ของพระราชวังเก่าแห่งนี้ต้องเข้ามาเรียนรู้ ต่อมาคือเรือนผ่องศรี ซึ่งตั้งอยู่เนินเขา เป็นเรือนไม้ผสมปูนแบบตะวันตก เป็นอาคารทรงกลมมีประตูทั้ง 9 ประตู โถงรูปกลมเพดานไม้ ทำช่องระบายอากาศกึ่งกลางเป็นรูปดอกไม้ และวางแนวไม้เป็นวงแหวน โดยรอบอย่างงดงามที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักฟื้นผู้ป่วย เรียกว่า อาคารไศรยสฐาน มีทั้งหมด 3 เรือนด้วยกัน เรือนวัฒนาเป็นเรือนแรก และเรือนผ่องศรีเป็นหลังที่สอง ซึ่งภายในจัดแสดงเรื่องราวของบุคคลที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับเกาะสีชัง ใกล้ๆ กันก็คือ เรือนอภิรมย์ซึ่งเป็นอาคารไศรยสฐาน หลังที่สาม เป็นตึกยาวชั้นเดียวมี 5 ห้อง มีเฉลียงไม้ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ทั้งยังมีครัวไฟ และห้องน้ำ เรือนนี้มีการจัดแสดงสิ่งก่อสร้างที่สำคัญต่างๆ ที่สร้างขึ้นบนเกาะสีชัง ถัดจากบริเวณหมู่พระตำหนักก็จะมีบันไดทางเดินลัดเลาะขึ้นไปบนเขา เพื่อเดินทางไปยังพระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางคนิมิตร แวะชมต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งนำหน่อมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย ปลูกไว้ด้วย พระเจดีย์อุโบสถนี้ตั้งอยู่บนเขา ณ ตำแหน่งที่สูง มองเห็นได้ชัดและจากองค์พระเจดีย์สามารถมองเห็นทัศนียภาพบริเวณพระราชฐานโดยรอบ รวมถึงภูมิทัศน์ทางทะเลที่สวยงาม