ภาพที่เพิ่มเข้ามาใหม่

กรุงเทพมหานคร

จำนวน 17 แห่ง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์

2017-08-30 13:13:27

ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นชาวอิตาเลียน เดิมชื่อ คอร์ราโด เฟโรจี เกิดที่เมืองฟลอเรนซ์ ได้รับเลือกมาเป็นช่างปั้นกรมศิลปากรในรัชกาลที่ 6 พ.ศ.2466 ซึ่งศิลปะของชาวไทยในยุคนั้นยังเป็นแบบประเพณี(เช่นลายไทย) ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ออกแบบและสร้างประติมากรรมอนุสาวรีย์ส่วนใหญ่ในประเทศไทย เป็นผู้วางรากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ของไทยให้ทัดเทียมศิลปะสากล ด้วยการริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนศิลปากร มหาวิทยาลัยศิลปากรและโรงเรียนศิลปศึกษา (ช่างศิลป) ริเริ่มจัดงานแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ผลงานบทความทางศิลปะที่มีคุณค่าต่อวงการศิลปะสมัยใหม่ของไทย ก่อนถึงแก่กรรมใน พ.ศ.2505 กำรงตำแหน่งข้าราชการวิสามัญชั้นพิเศษ,ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์และคณะบดีคณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรด้วยความสำนึกในคุณูปการที่มีต่อคนไทย ห้องทำงานของท่าน จึงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดแดสงนิทรรศการถาวร,ชีวประวัติบุคคล ศาสตราจารย์ศิลป์ พีนะศรี, ผลงานศิลปะทันสมัยใหม่ในยุคศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี, จัดแสดงสิ่งของอาทิ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน,เครื่องมือ,อุปกรณ์สื่อสาร,หนังสือและผลงานศิลปะ

พิพิธภัณฑ์พระ กำนันชูชาติ

2016-01-21 10:27:40

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สวยที่สุดในโลกและเป็นแห่งแรกในประเทศไทยเป็นศูนย์รวม พระบูชา พระเครื่องที่มีความสวยงามและเก่าแก่กว่าพันปี ตั้งแต่สมัยคุปตะถึงสมัยรัตนโกสินทร์และพระเครื่องที่อยู่ในความนิยมของทุกจังหวัดอีกกว่า 3,000องค์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องรางของขลังและของแปลกๆ อีกมากมาย

พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน

2016-03-10 02:13:24

พิพิธภัณฑ์กรมที่ดินเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงสิ่งของ รวมทั้งเอกสารหลักฐานอ้างอิงที่มีคุณค่าทางประวัติสาสตร์ของกรมที่ดิน นับแต่ปีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงมีพระบรมราชโองการ ประกาศตั้งกรมทะเบียนที่ดินขึ้นโอยให้อยู่ในสังกัดกระทรวงเกษตราธิการ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ร.ศ.120 (พ.ศ.2444) พิพิธภัณฑ์กรมที่ดินจัดแสดง อาทิ มณฑปประดิษฐานพระคันธาราษฎร์,โต๊ะเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ,แบบพิมพ์โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยถึงปัจจุบัน,,กล้องรังวัดยุคอดีตถึงปัจจุบัน,อุปกรณ์เครื่องมืองานรังวัดต่างๆ,ตราประจำตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน ฯลฯ


พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

2016-03-10 02:14:08

ในพ.ศ.2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานกรรมการอำนวยการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง เพื่อเตรียมการสมโภชฉลองกรุงเทพมหานครครบ 200 ปี ในพ.ศ.2525 นับได้ว่าเป็นการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุด สมเด็จพระเทพฯได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงตรวจงานบูรณะ ได้ทอดพระเนตรเห็นช่อฟ้าใบระกา หางหงษ์ และเครื่องประดับหลังคา พระอุโบสถ พระมณฑป ปราสาทพระเทพบิดร และ หอเล็กหอน้อยต่างๆ รวมทั้งเศษชิ้นกระเบื้อง ซึ่งช่างรื้อถอนลงมา บางชิ้นหมดสภาพไม่สามารถทำการซ่อมแซมให้ดีได้ ทรงพิเคราะห์ว่าหากเก็บรวบรวมสิ่งของเหล่านี้ให้พร้อมชิ้นส่วนที่ชำรุดของพระบรมมหาราชวังไว้ ณ ที่ใดที่หนึ่ง พร้อมทังบอกประวัติความเป็นมาของสิ่งเหล่านั้น ก็เอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี สำนักพระราชวัง จึงดำเนินการซ่อมแซมหอราชพิธีกรรม เมื่อซ่อมแซมแล้วเสร็จจึงได้สนองพระบัญชา ในการรวบรวมสิ่งของต่างๆดังกล่าวข้างต้น พร้อมทั้งให้กรมศิลปากร ดำเนินการจัดแสดงเครื่องราชภัณฑ์ และสิ่งของซึ่งพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชน ถวายบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร โดยจัดตั้งเป็นหมวดหมู่ จึงเรียกอาคารนี้ว่า ‘พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม’ และได้ทำการเปิดให้ประชาชนชาวไทยพร้อมทั้งชาวต่างประเทศได้เข้าชมศึกษาหาความรู้เมื่อครั้งงามสมโภชฉลองกรุงเทพฯมหานคร ครบ 200 ปี เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2525 จัดแสดงนิทรรศการถาวร อาทิ ประวัติและวิวัฒนาการ การซ่อมบูรณะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง ผลงานศิลปะฝีมือช่างรัตนโกสินทร์ตอนต้นถึงปัจจุบัน จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง เมื่อครั้งเตรียมการสมโภชฉลองกรุงเทพมหานคร ครบ 200 ปี ในพ.ศ.2525 จัดแสดงสิ่งของสะสม เช่น เครื่องปั้นดินเผาโบราณวัตถุ เครื่องทองเครื่องเงิน เครื่องเขิน เครื่องไม้ เครื่องแก้ว เครื่องประดับ เครื่องโลหะ เงินตรา เครื่องใช้ในการศาสนา อาวุธ เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์การศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

2016-03-10 00:52:58

เมื่อสมัยรัชกาลที่ 2 มีการขยายเขตพระราชวังออกไป ในพระราชวังด้านใต้มีที่ว่าง โปรดฯ ให้ทำสวนปลูกต้นกุหลาบสำหรับเก็บดอกไม้ใช้ในราชการ ต่อมาในสมัยรัชการที่ 4 เมื่อพระบาทสมเด็จจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระชันษา ถึงเวลาจะเสด็จมาประทับอยู่พระราชวังนั้นนอก แต่พระบรมพระชนกนาถ โปรดฯให้จัดตำหนักพระราชทานเป็นที่ประทับในสวนกุหลาบ ตรงตึกคลังศุภรัตน เรียกพระตำหนักนี้ว่า พระตำหนักสวนกุหลาบ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็ก จึงคิดว่าควรจะจัดตั้งโรงเรียน กรมพระยาดำรงราชานุภาพจึงนำความเห็นขึ้นกราบทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับความเห็นชอบด้วย กรุณาโปรดเกล้า พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นในที่นั้น จึงได้เรียกชื่อว่า ‘ โรงเรียนสวนกุหลาบ’ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พิพิธภัณฑ์การศึกษาโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จัดแสดงนิทรรศการถาวรชีวประวัติและวิวัฒนาการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย,จัดแสดสิ่งของ อาทิ หนังสือ ภาพถ่าย โบราณวัตถุ และนาฬิกา เป็นต้น

พิพิธภัณฑ์อัยการไทย

2016-03-10 19:35:19

ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แห่งกรุงศรีอยุธยามีการแต่งตั้งพนักงานขึ้นในตำแหน่งเจ้าพนักงานรักษาพระอัยการ มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบต่อข้าราชการทางด้านกฎหมายของบ้านเมืองทั้งในด้านคดีความ และการถวายความเห็นทางกฎหมายต่อพระมหากษัตริย์ ส่วนในบรรดาหัวเมืองนั้นได้แต่งตั้งให้มีเจ้าพนักงานในตำแหน่งยกกระบัตร ทำหน้าที่ตรวจราชการต่างพระเนตรพระกรรณ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการปรับปรุง ทรงสถาปนากรมอัยการขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2436 สังกัดกระทรวงยุติธรรม ต่อมาอีก 29 ปี กรมอัยการได้โอนไปสังกัดกระทรวงมหาดไทย จวบจนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534 กรมอัยการได้แยกออกจากกระทรวงมหาดไทยอยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและเปลี่ยนชื่อเป็น ‘สำนักงานอัยการสูงสุด’


หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

2017-08-03 11:03:47

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สร้างขึ้นโดยได้รับเงินพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ และเงินสมทบจากธนาคารกรุงเทพ ก่อนจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2546 ที่ผ่านมา หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 3,700 ตรม. เดิมเป็นที่ทำการของธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานผ่านฟ้า และศูนย์สังคีตศิลป์ที่ธนาคารและมูลนิธิธนาคารกรุงเทพใช้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย และเป็นที่จัดนิทรรศการแสดงผลงานจิตรกรรมของผู้ได้รับรางวัล ‘จิตรกรรมบัวหลวง’ ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงตระหนักถึงความสำคัญของงานศิลปกรรมอันเป็นสมบัติล้ำค่าที่ควรรักษาและสืบสานไว้ให้เป็นมรดกของชาติต่อไป จึงมีพระราชประสงค์ที่จะทรงฟื้นฟูงานศิลปะประเภทต่างๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินจำนวน 7 ล้านบาทให้แก่คุณชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคาร และประธานมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ เพื่อนำไปเป็นทุนประเดิมในการสร้างหอศิลป์ ธนาคารกรุงเทพได้รับสนองพระราชดำริ โดยลดทอนส่วนที่ทำการของธนาคารลงแล้วปรับปรุงพื้นที่ทั้ง 5 ชั้นของอาคารให้เป็นหอศิลป์ที่มีความโอ่โถงทันสมัย เพื่อใช้จัดนิทรรศการศิลปกรรมทั้งแบบถาวรและหมุนเวียน,จัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และวิจิตรศิลป์ โดยเฉพาะผลงานดีเด่นของศิลปินไทยรุ่นใหม่ รวมถึงผลงานของอาจารย์และศิลปินไทยที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ตลอดจนการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความรู้ และความเข้าใจด้านศิลปะแก่ผู้สนใจ ภูมิทัศน์ที่งดงามโอ่โถงทันสมัยถูกจัดแบ่งเป็นโถงต้อนรับ และพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการ ซึ่งจะอยู่ชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 4 ส่วนชั้นที่ 5 จะเป็นห้องทำงาน ห้องวิดีทัศน์ และห้องสำหรับกิจกรรมอเนกประสงค์ส่วนบริเวณดาดฟ้าชั้นที่ 6 จัดทำเป็นที่ซ่อมแซมภาพ และกรอบรูป กฎกติกาในการเข้าชม แต่งการสุภาพ และปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ ไม่อนุญาตให้นำอาหาร,เครื่องดื่ม,สัตว์เลี้ยง,ถ่ายภาพ,สูบบุหรี่ ภายในบริเวณหอศิลป์ ห้ามสัมผัสหรือแตะต้องผลงานที่จัดแสดงทุกชิ้น กรณีที่มีเด็กเล็ก ต้องอยูในความควบคุมดูแลของผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด

พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด

2016-03-10 20:14:04

เดิมที่เนื้อที่ 6 ไร่ของพิพิธภัณฑ์วังสวนผักการแห่งนี้ เป็นสวนปลูกผักกาดของชาวจีนคนหนึ่ง ต่อมาในพ.ศ.2495 พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตรกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต หรือ ‘เสด็จในกรมฯ’ พระราชนัดดา(หลาน) ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และชายา ม.ร.ว. พันธุ์ทิพย์ บริพัตร หรือ ‘คุณท่าน’ ได้ซื้อที่ดินผืนนี้ไว้เพื่อสร้างตำหนักประทับ โดยตั้งชื่อว่า ‘วังสวนผักกาด’ ด้วยพระนิสัยและความรักในการสะสม เสด็จในกรมฯ ทรงรวบรวมศิลปะและโบราณวัตถุอันล้ำค่าที่สืบทอดมาจากพระบิดา ‘จอมพลเรือ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์ วรพินิต’ (ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ) ต้นราชสกุลบริพัตร และบางส่วนที่เสด็จในกรมฯและชายาร่วมกันสะสมมา ภายหลังจากเสด็จในกรมฯ สิ้นพระชนม์ คุณท่านได้มอบให้วังสวนผักกาอยู่ในความดูแลของมูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณกุศล และเปิดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ในปีพ.ศ.2530 โดยอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมชมบ้านของท่านได้ นับเป็นสถานที่แห่งแรกในเมืองไทย ที่เจ้าของบ้านเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมบ้านในขณะที่ท่านยังใช้เป็นที่พักอาศัย ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยเรือนไทย 8 หลัง โดยเรือนที่ 1 จัดแสดงพระรูปของราชวงศ์ไทยเครื่องดนตรีไทย พระพุทธรูป และประติมากรรมสมัยต่างๆเรือนที่ 2 จัดแสดงสัปคับ ตู้พระไตรปิฎกสายน้ำสมัยอยุธยา บนฝาผนังติดตาลปัตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับราชสกุลบริพัตร และเรือนหลังที่ 3 จัดแสดงภาชนะเบญจรงค์ เครื่องถมเงินและถมทอง เสลี่ยง เป็นต้น ขณะที่เรือนหลังที่ 4 เป็นหอพระมีพระพุทธรูปสำริดสมัยต่างๆ และมีพระบทเกี่ยวกับพุทธประวัติใต้เรือนไทยหมู่นี้จะมี ‘ถ้ำอาลีบาบา’ ซึ่งเก็บรวบรวมตัวอย่างหินสวยงามทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเรือนหลังที่ 5 จัดแสดงเครื่องแก้วลายทอง เครื่องเงิน ตุ๊กตาสังคโลก ดินปั้น เหรียญกษาปณ์ สวนเรือนหลังที่ 6 จัดแสดงภาชนะดินเผาสมัยโบราณ เครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย เครื่องลายครามจีน และตุ๊กตาดินเผา เรือนหลังที่ 7 เป็นพิพิธภัณฑ์โขนและเรือนหลังที่ 8 จัดแสดงโบราณวัตถุยุคบ้านเชียง

พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ

2016-03-10 21:34:56

ถือเป็นอีกแหล่งเก็บประวัติศาสตร์ชาติไทยที่มีคุณค่าอีกแห่งหนึ่ง ‘พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ’ พิพิธภัณฑ์ส่วนกลางของกองทัพ ก่อตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์ และจัดแสดงสรรพศาสตราวุธ และวัตถุพิพิธภัณฑ์ทหาร ตลอดจนเอกสารทางประวัติศาสตร์ปัจจุบันตั้งอยู่ภายในกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอกบริเวณโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเดิม พิพิธภัณฑ์กองทัพบกฯ มีรากฐานจากพิพิธภัณฑ์ทหารของโรงทหารหน้า ซึ่งครั้งนั้นเจ้าหมื่นไวยวรนาถผู้บังคับการกรมทหารหน้าได้การบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขอพระราชทานสร้างขึ้นโดยกำหนดให้บริเวณหน้ามุขชั้น 3 เป็นสถานที่จัดเก็บสรรพศาสตราวุธและวัตถุพิพิธภัณฑ์ทหาร ต่อมากองทัพบกมีความจำเป็นต้องใช้ห้องดังกล่าวเป็นที่ทำงานของหน่วยงาน จึงส่งมอบวัตถุพิพิธภัณฑ์ทั้งหมดให้แก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ครั้งพอมีการจัดตั้งกองบัญชาการกองทัพบกขึ้น ณ บริเวณโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเหล้าเดิม กองทัพได้อนุมัติจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้นในอาคารดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 เป็นต้นมา บนเนื้อที่อาคารทั้งหมด 3 ชั้น จัดแบ่งออกเป็นห้องต่างๆ อาทิ ห้องจัดแสดงอาวุธซึ่งจัดแสดงอาวุธจริงหลากหลายประเภทที่กองทัพบกใช้ในราชการสงคราม ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายจนถึงสมัยสงครามเวียดนาน,ปรามอั้งยี่,วิกฤติการณ์ ร.ศ. 112 ฯลฯ โดยอาวุธส่วนใหญ่ที่นำมาจัดแสดงจะเป็นปืนเล็กสั้น และปืนเล็กยาวจากหลายประเทศ อาทิ ปืนคาบศิลา,ปืนนก,สับ เป็นต้น แต่ที่ชวนตื่นตาตื่นใจมากที่สุด เห็นจะเป็น ‘ปืนแก๊ตลิ่ง’ ที่กองทัพไทยสั่งมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาใช้เป็นอาวุธประจำหน่วยในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งปืนดังกล่าว สามารถยิงได้ประมาณ 400นัด/นาที เคยใช้ในการปราบฮ่อที่เข้ามารุกล้ำอธิปไตยของชาติจนได้รับชัยชนะในที่สุดและที่สะดุดตาไม่แพ้กันก็คือ ‘โพล่’ และ ‘แฟ้ม’ สิ่งจำเป็นสำหรับทหารเดินเท้าในสมัยโบราณ ใช้เป็นที่พักแรมเวลาออกศึกสงคราม ป้องกันแดดฝนภายในผูกติดด้วยแฟ้มซึ่งสานตอกเป็นรูปร่างคล้ายครุ (ถัง) นอกจากนี้ยังมีห้องจัดแสดงจำลองเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ แสดงเหตุการณ์สำคัญของกองทัพ การปฏิบัติการรบครั้งสำคัญ,ห้องจัดแสดงเครื่องแบบและเครื่องหมายทหาร,ห้องรับรองกองบัญชาการกองทัพบก และห้องพระบารมีปกเกล้าฯ เป็นต้น