สถานศึกษา

จำนวน 25 แห่ง

พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารี

2015-12-22 13:34:32

พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา ให้ความรู้ด้านธรรมชาติศึกษาและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเรื่องราวของชีวิตทรัพยากรธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมและชีวิต อันเป็นจุดก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการ การปรับตัว ชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งอุปนิสัย และถิ่นที่อยู่ นับเป็น 1 ใน 4 ของพิพิธภัณฑ์พืชในประเทศไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพิพิธภัณฑ์พืช นานาชาติ ปัจจุบันมีตัวอย่างพืชเก็บรวบรวมไว้โดยเฉพาะพืชที่พบในคาบสมุทรไทยประมาณ 30,000 ตัวอย่าง สำหรับตัวอย่างสัตว์ได้มีการเก็บรวบรวมไว้จำนวนมาก จัดเก็บเป็นระบบสำหรับการศึกษาอ้างอิง และนำความรู้ที่ได้จากการศึกษามาเผยแพร่ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญและประโยชน์ของพันธุกรรมที่มีอยู่ในภาคใต้ ให้รู้จักหวงแหน รู้จักการนำไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญต่อการจัดการการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรของประเทศ ในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแบ่งเรื่องราวต่างๆ ดังนี้ 1.ห้องมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติแสดงการผลิตเครื่องมือมนุษย์ในยุคต่างๆ วิวัฒนาการของบรรพบุรุษ การเคลื่อนไหวของสัตว์ชนิดต่างๆสิ่งมีชีวิตที่ค้นพบได้ในภาคใต้ของประเทศไทย 2.ห้องกำเนิดโลกและมาตราธรณีการ แสดงแบบจำลองธรณีการแบบจำลองวิวัฒนาการชีวิตในยุคต่างๆ ภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ตังอย่างหินและแร่ 3.ห้องความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต จัดแสดงนิทรรศการชุดปะการัง ตู้โชว์สัตว์ชนิดต่างๆ ทั้งที่แบบจำลองและของจริง สัตว์ชนิดใหม่ในเอเชีย นิทรรศการแมลง 4.ห้องระบบนิเวศ จัดแสดงระบบนิเวศป่าชายเลน การค้นพบธรรมชาติของประเทศไทย นิทรรศการค้างคาว และนกในเมืองไทย

พิพิธภัณฑ์การศึกษาโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ

2016-01-02 22:40:32

พิพิธภัณฑ์การศึกษาแห่งนี้จัดตั้งขึ้นในปี 2549 เพื่อให้ได้เป็นอนุสรณ์ครบรอบก่อตั้ง 100 ปี โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ และใช้สำหรับบันทึกข้อมูลและเกียรติประวัติของโรงเรียน ประวัติพระเจ้าแผ่นดิน ในราชวงศ์จักรี และเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนและบุคคลทั่วไป ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและงานภูมิปัญญาล้านนา รวมทั้งเสริมสร้างความภาคภูมิใจ ให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียนด้วย มาที่นี่ต้องดู! ซิ่นไหมคำของเจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ และสมุดบันทึกของโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ซึ่งถือเป็นเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์

พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่น โรงเรียนไตรรัตนวิทยา

2016-01-03 13:12:41

พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากการที่กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้โรงเรียนในสังกัดดำเนินการจัดตั้งศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนและชุมชน โดยให้โรงเรียนในสังกัดแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ โรงเรียนไตรรัตนวิทยาคม ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ศิลปวัฒนธรรม โดยมอบหมายให้หมวดศิลปศึกษาเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในการจัดแสดงเรื่องราวทางวัฒนธรรม ซึ่งในระยะแรกหมวดศิลปศึกษาได้จัดแสดงเรื่องราวทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะและโบราณคดี ด้านวัฒนธรรมและประเพณี ศิลปะพื้นบ้าน รวมทั้งด้านผ้าและการแต่งกาย ในการจัดแสดงเรื่องราวในระยะแรกเริ่ม ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมของโรงเรียนไตรรัตนวิทยาคม ได้จัดแสดงทั้งในรูปแบบนิทรรศการถาวรและนิทรรศการชั่วคราว ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๓๙โรงเรียนไตรรัตน วิทยาคมได้มีแนวคิดและนโยบายมุ่งเน้นเกี่ยวกับการพัฒนาบุคคลากร จึงได้ส่งบุคคลากรของหมวดศิลปศึกษาเพื่อศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และเมื่อสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ.๒๕๔๑ บุคคลากรของหมวดศิลปศึกษาได้นำเอาความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาตามหลักสูตร และจากการศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการและจัดแสดงของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด มาปรับปรุงและพัฒนาศูนย์ศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งเปิดสอนในรายวิชาศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งเป็นวิชาเลือกเสรีในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมในการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และจัดแสดงเรื่องราวทางวัฒนธรรม ซึ่งในส่วนของกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาศิลปะพื้นบ้าน ทางหมวดศิลปศึกษาได้กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการสำรวจ และจัดทำทะเบียนผลงานศิลปะพื้นบ้านที่มีอยู่ในหมู่บ้านท้องถิ่นของตนเอง ผลจากการที่ให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการสำรวจและจัดทำทะเบียนผลงานศิลปะพื้นบ้านที่มีอยู่ในหมู่บ้านท้องถิ่นของตนเอง ได้ส่งผลให้ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมีวัตถุทางวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้รับการบริจาคจากนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน และชาวบ้านที่มองเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนั้น เพื่อเป็นการรองรับวัตถุและเรื่องราวทางวัฒนธรรมเพื่อใช้จัดแสดง ในปี พ.ศ.๒๕๔๓ โรงเรียนไตรรัตนวิทยาคมจึงได้ดำเนินการโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อรองรับการให้บริการแหล่งความรู้ทางด้านวัฒนธรรมให้เพียงพอกับการใช้บริการของนักเรียนและประชาชนทั้งในและนอกชุมชนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงและพัฒนาศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมที่มีอยู่แต่เดิม และในปี พ.ศ.๒๕๔๔ ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมจึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา รวมทั้งได้เพิ่มเติมเรื่องราวการจัดแสดงชาติพันธุ์วิทยา ชาติพันธุ์วรรณา และดนตรีนาฏศิลป์ เพื่อให้เรื่องราวการจัดแสดงมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในการเตรียมการจัดแสดง เพื่อให้การดำเนินงานพิพิธภัณฑ์สำเร็จตามวัตถุประสงค์ ทางโรงเรียนไตรรัตนวิทยาคมจึงได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการทำงาน เพื่อศึกษาค้นคว้าทางวิชาการและรวบรวมวัตถุทางวัฒนธรรม เพื่อกำหนดรูปแบบการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยนายจรัสศรี ขุนทวี ผู้อำนวยการโรงเรียนไตรรัตนวิทยาคมในขณะนั้น ได้มอบหมายให้หมวดศิลปศึกษา เป็นผู้รับผิดชอบประสานงานกับคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ดำเนินการค้นคว้าวิจัย เก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม และเรียบเรียงข้อมูลทางวิชาการ จากนั้นนายทวี พรมมา หัวหน้าหมวดศิลปศึกษา และหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ฯ ได้ประสานงานกับนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่น เพื่อจัดเก็บรวบรวมศิลปโบราณวัตถุ เพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ฯ ซึ่งวัตถุส่วนใหญ่ได้มาจากการบริจาคของนักเรียน ผู้ปกครอง ชาวบ้านในชุมชน รวมทั้งครูของโรงเรียนเอง และทางพิพิธภัณฑ์ได้นำมาจัดทำเป็นหมวดหมู่เพื่อใช้ในการจัดแสดง รวมทั้งจัดทำบทการจัดแสดง ซึ่งประกอบด้วยการจัดแสดงเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ภาคอีสาน , ยุคสังคมในภาคอีสาน, ฮีตสิบสองและประเพณีโบราณ ๑๒ เดือน, การทอผ้า, สมัยวัฒนธรรมทวารวดี, ศิลปะพื้นบ้าน, วิถีชีวิตและประเพณี ในการรวบรวมวัตถุทางวัฒนธรรมเพื่อใช้ในการจัดแสดง เป็นงานที่สำคัญของพิพิธภัณฑ์ เพราะวัตถุทางวัฒนธรรมถือเป็นตัวแทนของการบอกเล่าเรื่องราวที่นำเสนอ พิพิธภัณฑ์มีวิธีการรวบรวมวัตถุทางวัฒนธรรมเพื่อใช้ในการจัดแสดงดังนี้ - รวบรวมจากการขุดแต่งบูรณะพระธาตุยาคู โดยเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๙ กรมศิลปากรได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนดำเนินการขุดแต่งบูรณะพระธาตุยาคูที่บ้านเสมา ต.หนองแปน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ โดยในการบูรณะขุดแต่งดังกล่าวได้มีการรื้ออิฐเก่าที่แตกชำรุดออก มีการขุดค้นพบพระธาตุบริวาร ชิ้นส่วนใบเสมา และลวดลายประดับตกแต่งพระธาตุ ทางพิพิธภัณฑ์จึงได้ขอรับบริจาควัตถุบางส่วนเพื่อนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ - รวบรวมจากการไถปรับพื้นที่โรงเรียน เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖ โรงเรียนไตรรัตรวิทยาคมได้เปิดทำการสอนโดยแยกออกจากการเป็นสาขาของโรงเรียนฟ้าแดดสูงยางวิทยาคาร อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ดังนั้นทางโรงเรียนไตรรัตนวิทยาคมจึงได้มีการไถปรับพื้นที่ เพื่อก่อสร้างอาคารเรียนและอาคารต่างๆ หลังจากการปรับพื้นที่ได้มีฝนตกชะล้างพื้นที่ที่ปรับไถ ทำให้เศษภาชนะดินเผาที่เคยอยู่ใต้พื้นดินโผล่พ้นพื้นดินขึ้นมา แต่อยู่ในสภาพแตกหัก ทางหัวหน้าพิพิธภัณฑ์จึงได้เก็บเศษภาชนะดินเผาเหล่านี้มาจัดแสดง โดยพบว่าเป็นภาชนะดินเผาแบบก่อนประวัติศาสตร์ และเครื่องเคลือบแบบเขมร ทำให้สันนิษฐานได้ว่าพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณ และมีการพัฒนาของชุมชนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน - รวบรวมจากวัด โรงเรียนไตรรัตนวิทยาคมมีเขตพื้นที่บริการประกอบด้วย บ้านโนนศิลาเลิง บ้านสว่าง บ้านสีสุก บ้านนาสีนวล บ้านหนองคู และบ้านวังเดือนห้า แต่ละหมู่บ้านจะมีวัดประจำหมู่บ้าน ทางพิพิธภัณฑ์ได้สำรวจวัดประจำหมู่บ้าน ได้พบวัตถุทางวัฒนธรรมที่เก็บไว้ภายในวัดมีสภาพชำรุดเสียหาย โดยขาดการเอาใจใส่ดูแลจากทางวัด ทางหัวหน้าพิพิธภัณฑ์ฯจึงได้ขอรับบริจาควัตถุทางวัฒนธรรมเหล่านี้มาใช้ในการจัดแสดง เช่น ตู้หนังสือใบลาน หนึงสือใบลาน และเกวียน เป็นต้น - รวบรวมจากชาวบ้าน ในการรวบรวมวัตถุทางวัฒนธรรมเพื่อการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ วัตถุส่วนใหญ่จะได้รับความอนุเคราะห์จากชาวบ้าน เช่น ภาชนะดินเผา เครื่องจักสาน เครื่องมือดักจับสัตว์ ผ้ามัดหมี่ และเครื่องมือทำนา เป็นต้น หลังจากพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงแล้ว ชาวบ้านยังช่วยเหลือโดยการรวบรวมวัตถุและให้ข้อมูลเพิ่มเติม ณ วันที่สำรวจ (ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๙) นิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์อยู่ระหว่างการปรับปรุงใหม่ เนื่องจากมีน้ำท่วมบริเวณอาคารพิพิธภัณฑ์ เพราะตั้งอยู่ในที่ต่ำ


พิพิธภัณฑ์วัดมหาธาตุวรวิหาร เพชรบุรี

2016-01-03 14:55:51

พิพิธภัณฑ์วัดมหาธาตุวรวิหาร จัดขึ้นเมื่อปี 2536 โดยเจ้าอาวาสและคณะกรรมการของวัดเห็นว่า โบราณวัตถุที่เป็นทรัพย์สินของวัดนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก สมควรนำมาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เผยแพร่องค์ความรู้ จึงได้สร้างตึกขึ้นจากเงินบริจาคของผู้ศรัทธา และจัดแสดงผลงานศิลปะของครูสกุลช่างเมืองเพชร และโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุต่างๆ โดยแยกเป็นหมวดหมู่ เช่น พระพุทธรูป พระบฏ ภาพจิตรกรรม เครื่องถ้วย เซรามิค และเชี่ยนหมาก รวมทั้งยังมีห้องสมุดและห้องอ่าน หนังสือไว้บริการ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนสามารถเข้ามาอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มเติมได้ แต่เนื่องจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังไม่มีคณะทำงานที่เป็นผู้ปฏิบัติงานที่ชัดเจน การให้บริการจึงอนุญาตให้ผู้สนใจเข้าชมได้โดยวิธีติดต่อขอกุญแจที่ท่านเจ้าอาวาส หรือพระผู้รับผิดชอบเท่านั้น มาที่นี่ต้องดู! พระบฏ ผ้าเขียนสีเก่าแก่ ที่ไม่สามารถประเมินอายุได้

พิพิธภัณฑ์หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร

2016-01-03 15:07:41

หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร คือนักบุกเบิกการเกษตร ผู้อุทิศชีวิตเพื่อเกษตรกรรมและเกษตรกรไทย อย่างแท้จริง โดยพระองค์ได้ทรงทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสมขึ้นที่ฟาร์มบางเบิด เพื่อเป็นแบบอย่างและเป็นทางเลือกสำหรับอาชีพของชนชั้นกลางรุ่นใหม่ ต่อมาพื้นที่ดังกล่าวได้ตกเป็นราชพัสดุ ให้เกษตรกรเช่าใช้จนถึงปี 2532 ก่อนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะขอพื้นที่ฟาร์มบางเบิดมาใช้ประโยชน์เพื่อจัดตั้งสถานีวิจัยทางการเกษตร ในปี 2534 และจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานฟื้นฟูผลงานและเผยแพร่เกียรติยศของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร โดยมีการจัดแสดงชีวประวัติของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร และหม่อมศรีพรหมา รวมถึงประวัติการจัดตั้งสถานีวิจัยสิทธิพร กฤดากร และวิวัฒนาการเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ในการกสิกรรม และการพัฒนาสายพันธุ์ผลผลิตทางการเกษตรด้วย มาที่นี่ต้องดู! เหรียญรางวัลแมกไซไซ ของมูลนิธิรามอนแมกไซไซ ซึ่งได้มอบแก่หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2510 และของใช้ส่วนตัวของหม่อมเจ้าสิทธิพร และหม่อมศรีพรหมา ผู้เป็นภริยา ที่แสดงถึงความพอเพียงในการดำเนินชีวิตของท่านทั้งสองได้เป็นอย่างดี

พิพิธภัณฑ์และภูมิปัญญาพื้นบ้าน โรงเรียนสวีวิทยา

2016-01-03 15:39:17

เมืองหลังสวน จังหวัดชุมพร นับเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีมากมาย จึงทำให้เกิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้น โดยอาจารย์กฤษฎา บุษบรรณ ผู้ริเริ่มก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ เห็นว่าอำเภอหลังสวนยังขาดแคลนที่ที่จะรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมของชีวิตคนหลังสวน จึงได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวบ้านขึ้น เมื่อปี 2538 โดยภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงชีวประวัติบุคคล รวมถึงประวัติและวิวัฒนาการทางด้านโบราณคดี และประวัติศาสตร์เรื่องราวของวิถีชีวิตคนลุ่มแม่น้ำหลังสวน ตลอดจนภูมิปัญญาการแพทย์แผนโบราณ ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ ตำรา และเครื่องบดยา ซึ่งโบราณวัตถุส่วนหนึ่งนั้นเป็นของสะสมส่วนตัวของอาจารย์ กฤษฎา บุษบรรณ และอีกส่วนตัวได้รับการบริจาคจากคนในชุมชน มาที่นี่ต้องดู! เรือยาวหลังสวน เรือขุดขนาดยาว ที่ใช้ในประเพณีแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชาวอำเภอหลังสวนและการขุดเรือก็ถือเป็นภูมิปัญญาอันน่าภาคภูมิใจยิ่งของชาวหลังสวนมา ข้างนาน


ศูนย์วัฒนธรรม อำเภอท้ายเหมือง

2016-01-03 15:43:46

ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอท้ายเหมือง ก่อตั้งขึ้นที่โรงเรียนท้ายเหมืองวิทยา ตั้งแต่ปี 2529 โดยมีคณะอาจารย์ในหมวดวิชาสังคมศึกษาเป็นคณะกรรมการ และได้รวบรวมศิลปวัตถุโบราณ เครื่องมือที่ใช้ในการประกอบอาชีพ เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือที่ใช้ในการประกอบการละเล่นพื้นบ้าน ตลอดจนเครื่องดนตรีที่หาได้ในท้องถิ่น และยังได้รวบรวมหนังสือ ตำราที่บันทึกเรื่องราวหรือกฎเกณฑ์ความเชื่อ อันได้แก่ ตำราทางโหราศาสตร์ต่างๆ นิทานปรัมปราพื้นบ้านซึ่งอยู่ในรูปของหนังสือบุกขาวหลายชิ้น เพื่อให้เป็นแบบอย่างการอนุรักษ์สมบัติอันล้ำค่าของชาติสืบไป มาที่นี่ต้องดู! เกราะไม้ เครื่องมือที่ผู้ใหญ่บ้านใช้ดีเพื่อเรียกให้ลูกบ้านมาประชุม แจ้งข่าวสารและแจ้งเตือนภัยต่างๆ ถือเป็นฐานะแสดงอำนาจอย่างหนึ่งของชาวบ้านยุคก่อน ซึ่งเราที่จัดแสดงนี้ มีอายุประมาณ 60 – 40 ปี

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสตูล

2016-01-03 16:05:45

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสตูล ตั้งขึ้นเมื่อปี 2520 โดยใช้ห้องเรียนของโรงเรียนสตูลวิทยา เป็นที่จัดแสดง มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศและภูมิปัญญาท้องถิ่น จนถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2542 จึงได้สร้างอาคารหอศูนย์วัฒนธรรมขึ้น จากงบบริจาคของศิษย์เก่า ประชาชน ครู และนักเยน โดยจำลองจากรูปแบบอาคาร ‘เรือนรับรองเจ้าคุณเทศา’ ซึ่งเป็นอาคารเก่าของจังหวัดสตูล ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงชีวประวัติบุคคลสำคัญของจังหวัดสตูล รวมถึงประวัติศาสตร์ ของสตูล และวิวัฒนาการทางด้านโบราณคดี เครื่องมือ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องมือการแพทย์แผน โบราณและแผนใหม่ เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีของชาวเมืองสตูลตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มาที่นี่ต้องดู! เสื้อเจ้าคุณเทศา ที่ใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งทายาทได้บริจาค เพื่อจัดแสดง

พิพิธภัณฑ์ วัดสุนทราวาส

2016-01-03 16:10:53

วัดสุนทราวาสเป็นวัดเก่าแก่ลำดับที่ 3 ของจังหวัดพัทลุง เดิมชื่อวัดปลายนา หรือชายนา ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดหัวสุนทรา หรือวัดสุนทราตามนิทานพื้นบ้านเรื่องพระรถเมรี เป็นวัดสังกัดมหานิกาย มีเจ้าอาวาสปกครองวัดจนถึงปัจจุบัน 23 รูป และสำหรับอาคารพิพิธภัณฑ์วัดสุนทราวาสแห่งนี้ สร้างขึ้นในสมัยพระครูสุนทรานุกูล อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 22 เพื่อเป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุซึ่งเป็นสมบัติของวัด เช่นหม้อต้มกรักของพระอุดมปิฎก ไหโบราณซึ่งมีผู้ถวายมาพร้อมกับทัพสัมภาระ พระทรงเครื่อง และเครื่องใช้ที่ชาวบ้านถวายวัด รวมถึงอาวุธและกระดูกสัตว์บูชา จนกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากแห่งหนึ่ง มาที่นี่ต้องดู! พระพุทธรูปยืนทรงเครื่องศิปละรัตนโกสินทร์ ซึ่งหล่อมาจากทองเหลือง มีการคาดว่าได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์ แต่ไม่ทราบว่าพระองค์ใด สันนิษฐานว่าพระราชทานเพื่อเป็นพุทธบูชาและศิริมงคลแต่วัดสุนทราวาส