สถานศึกษา

จำนวน 25 แห่ง

อุทยานวิทยาศาสตร์ พระจอมเหล้า ณ หว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์

2015-12-08 11:25:26

หว้ากอในอดีต เป็นชื่อหมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลคลองวาฬ ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 15 กม.ความสำคัญของหมู่บ้านนี้เคยเป็นสถานที่ที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงคำนวณไว้ว่าจะเกิด สุริยุปราคาเต็มดวง สามารถมองเห็นได้ ชัดเจนที่นี่ ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตร สุริยุปราคา ณ ที่แห่งนี้ ต่อมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2532 ให้ดำเนินการโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ และเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานนามว่า “อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว่ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งขึ้นเป็นสถานศึกษาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2536 ปัจจุบันสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดตั้ง เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็น "บิดาแห่ง วิทยาศาสตร์ไทย" ซึ่งมีบทบาทในการ พัฒนาขีดความสามารถ ทางด้าน วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีของประเทศดังนี้ 1.ปลูกฝังความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความภาคภูมิใจในพระ อัจฉริยภาพแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะเป็น พื้นฐาน ให้คนรุ่นหลังเกิดความสนใจในศักยภาพของชนชาติไทย ที่จะ พัฒนา เกียรติประวัติ ทางด้าวิทยาศาสตร์ให้ก้าวหน้าสืบไป 2.เป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมทางการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม ดาราศาสตร์ อวกาศ เทคโนโลยี และพลังงาน เพื่อส่งเสริมคุณภาพการเรียน การสอนตามหลักสุตร เพื่อพัฒนา พื้นฐานความรู้ความเข้าใจ และเพื่อเผยแพร่วิทยาการ ที่จะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป 3.เป็นศูนย์ฝึกอบรมครูอาจารย์และบุคลากรการศึกษาทั้งใน ระบบและนอก ระบบโรงเรียน 4.เป็นศูนย์การศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ธรรมชาติวิทยาและเทคโนโลยีที่เหมาะสมดาราศาสตร์และพลังงาน 5.เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ

ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

2016-03-10 02:07:52

เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกับรัฐบาลประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นเครื่องหมายแห่งไมตรีระหว่างสองประเทศ ดำเนินการเปิดสอนหลักสูตรภาษาจีนระยะสั้น ให้กับผู้ที่มีความสนใจไหรับผู้เริ่มต้น ทั้งการเขียน การอ่าน การฟัง การพูดและวัฒนธรรมจีน และหลักสูตรภาษาจีนในระดับปริญญา ด้วยความร่วมมือด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนอย่างใกล้ชิด   เพื่อให้เป็นสถาบันสอนภาษาและวัฒนธรรมจีนชั้นนำในประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาค ลุ่มแม่น้ำโขง อีกทั้งยังมีหน้าที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประเทศจีน ทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม สังคม การปกครองและอื่นๆอีกด้วย ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร มีลักษณะอาคารเป็นสถาปัตยกรรมจีนแท้ มีสวนน้ำตรงกลางแบบซูโจว วัสดุที่ใช้หลายส่วนนำมาจากประเทศจีน เช่น กระเบื้องหลังคา รูปปั้นประดับหลังคา สิงโตแกะสลัก ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการถาวร อาทิ วัฒนธรรมและประเพณี ผลงานศิลปะ และจัดแสดงภาพถ่าย 86 ภาพ ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รู้หรือไม่ ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณมีพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย ส.ว. ประกอบเป็นตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและเป็นสิริมงคลแก่มหาวิทยาลัย โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวมีเลข 8 และเลข 9 ประกอบอยู่ด้วย โดยมีความหมายถึง ทรงพระราชชนนีของพระมาหากษัตริย์ 2 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 8 ละรัชกาลที่ 9 และได้อัญเชิญฉัตร 7 ชั้นมาเป็นเครื่องหมายประกอบพระเกียรติยศของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีดอกลำดวนและใบไม้แระดับอันแสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยที่สนองพระราชปณิธานปลูกป่าและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยไม่หยุดยั้ง

พิพิธภัณฑ์การศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

2016-03-10 00:52:58

เมื่อสมัยรัชกาลที่ 2 มีการขยายเขตพระราชวังออกไป ในพระราชวังด้านใต้มีที่ว่าง โปรดฯ ให้ทำสวนปลูกต้นกุหลาบสำหรับเก็บดอกไม้ใช้ในราชการ ต่อมาในสมัยรัชการที่ 4 เมื่อพระบาทสมเด็จจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระชันษา ถึงเวลาจะเสด็จมาประทับอยู่พระราชวังนั้นนอก แต่พระบรมพระชนกนาถ โปรดฯให้จัดตำหนักพระราชทานเป็นที่ประทับในสวนกุหลาบ ตรงตึกคลังศุภรัตน เรียกพระตำหนักนี้ว่า พระตำหนักสวนกุหลาบ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็ก จึงคิดว่าควรจะจัดตั้งโรงเรียน กรมพระยาดำรงราชานุภาพจึงนำความเห็นขึ้นกราบทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับความเห็นชอบด้วย กรุณาโปรดเกล้า พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นในที่นั้น จึงได้เรียกชื่อว่า ‘ โรงเรียนสวนกุหลาบ’ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พิพิธภัณฑ์การศึกษาโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จัดแสดงนิทรรศการถาวรชีวประวัติและวิวัฒนาการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย,จัดแสดสิ่งของ อาทิ หนังสือ ภาพถ่าย โบราณวัตถุ และนาฬิกา เป็นต้น


เฮือนแก้ว โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

2016-03-10 19:37:15

เรือนไม้ทรงไทยล้านา 2 ชั้นใต้ถุนสูงโล่ง ตรงตามลักษณะเรือนพื้นถิ่น สร้างขึ้นในพ.ศ.2532 แล้วเสร็จในพ.ศ.2534 โดยความร่วมมือระหว่างเหล่าคณาจารย์ และสมาคมผู้ปกครองของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เพื่อสร้างเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงอาคารไม้หลังเก่าของโรงเรียนที่ทางราชการจำเป็นต้องรื้อถอน เช่น เรือนเพชน (โรงพละศึกษาหลังเก่า) ภายใต้ชื่อ ‘เฮือนแก้ว’ หรือ ‘เรือนแก้ว’ อาคารพิพิธภัณฑ์จัดแสดงไม้แกะสลัก เครื่องปั้นดินเผา เครื่องมือเกษตร เครื่องมือจับปลา รวมถึงภาพถ่ายเอกสารทางประวัติศาสตร์ชั้นต้น (สมุดจดหมายเหตุรายวัน) และแผนที่ประกอบ ซึ่งทั้งหมดเป็นของเก็บสะสมของทางโรงเรียนมาแต่เดิม และบางส่วนได้รับบริจาคจากผู้ปกครอง นักเรียน และศิษย์เก่า โรงเรียนยุพาราชวิทยาลัย ถือเป็นโรงเรียนรัฐบาลแห่งแรกขอจังหวัดเชียงใหม่ สถาปนาขึ้นเมือ พ.ศ.2442 ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เพื่อขยายการศึกษาออกสู่หัวเมือง แก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรซึ่งจะนำไปสู่ความเป็นเอกภาพของชาติ

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่

2016-03-10 20:11:56

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2435 ก่อนสมัยเงี้ยวปล้นเมืองแพร่ หลังจากเจ้าหลวงเมืองแพร่คือเจ้าพิริยเทพวงศ์ ได้ลี้ภัยไปอยู่เมืองหลวงพระบางแล้ว คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ได้กลายเป็นที่ตั้งของกองทหารม้าที่ทางกรุงเทพฯ ได้ส่งมารักษาความสงบเรียบร้อยในเมืองแพร่อยู่ระยะหนึ่ง คุ้มเจ้าหลวงแห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวเสด็จมาเยี่ยมราษฎรจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม 2501 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จประทับแรม เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2536 อาคารหลังนี้ได้รับพระราชทานรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี 2536 และสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะ ประจำปี 2540 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หลังจากนั้นได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2541 และได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2547 จังหวัดแพร่ได้มอบคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่เป็นผู้ดูแล เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ "คุ้มเจ้าหลวง" ซึ่งหลังจากที่ได้รับมอบแล้ว องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ได้ทำการปรับปรุงภายในอาคาร และตกแต่งสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม พร้อมทั้งได้จัดตั้งสำนักงานและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ได้ดูแล โดยได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการในปี 2548

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลศรีวิชัย

2016-03-10 21:46:47

โชว์ความสามารถของสัตว์โลกแสนรู้ น่ารัก สัตว์ไร้เดียงสาที่สามารถสร้างรอยยิ้ม ความสนุก และความประทับใจให้ผู้คนจนยากที่จะลืมเลือน และนี่คือสถานแสดงความสามารถแมวน้ำแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคล จังหวัดตรัง สถานที่จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด น้ำเค็มเพื่อประโยชน์แก่การศึกษาส่งเสริมการท่องเที่ยวของท้องถิ่นและประเทศ รวมถึงสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง สถานบันเทคโนโลยีราชมงคล การจัดแสดงแบ่งออกเป็นสองส่วน 1 คือส่วนในสถานแสดงพันธุ์น้ำมากกว่า 60 ตู้ เช่น ปลาการ์ตูน ปลาดาว ปลาไหลไฟฟ้า ปลาปักเป้ากล่อง ปลาสินสมุทร เป็นต้น รวมถึงมีบ่อแสดงกลางแจ้งที่จะจัดแสดงทั้งสัตว์น้ำจืด สัตว์ทะเลที่พนในเขตน้ำขึ้นน้ำลงและทะเลน้ำลึกจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกที่พบในเขตร้อน นอกจากนี้ ยังมีห้องปฏิบัติการวิจัยทรัพยากรทางน้ำ ซึ่งเป็นสถานที่ค้นคว้าวิจัยด้านทรัพยากรทางน้ำรวมถึงอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำรวมทั้งมีร้านอาหารและร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกไว้คอยบริการอีกด้วย


พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หว้ากอ

2016-03-10 22:08:11

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า หว้ากอ ซึ่งจัดนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยาของสัตว์น้ำต่างๆ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และนำเค็ม มีส่วนจัดแสดงทั้งหมด 2 ชั้น แบ่งนิทรรศการเป็น 6 นิทรรศการ เริ่มด้วยเมื่อผู้เข้าชมเข้ามาด้านในจะพบกับ การกำเนิดของสิ่งมีชีวิต เรียนรู้ระบบนิเวศเบื้องต้นจากซุ้มและฐานต่างๆ จากนั้นจึงนำเข้าไปสู่นิทรรศการจำลองระบบนิเวศจากขุนเขา หรือป่าต้นน้ำ แล้วจึงต่อเนื่องไปสู่นิทรรศการจำลองวิถีชีวิตแบบป่าชายเลน หาดทราบ และหาดหินพร้อมทั้งแสดงพันธุ์ปลาที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆ นอกจากนี้ผู้ชมยังสามารถสัมผัสกับบรรยากาศใต้ท้องทะเลภายใต้อุโมงค์ซึ่งสามารถมองเห็นปลาและสัตว์หลากหลายสานพันธุ์ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดกิจกรรม Touch Pools ไว้ให้ผู้ชมสามารถสัมผัสสัตว์น้ำได้โดยตรง เช่น ดาวทะเล แมงดา ปลิงทะเล เม่นทะเล เป็นต้น ชมนิทรรศการธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต จัดแสดงปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ อีกหลายสายพันธุ์ จากขุนเขาสู่สานน้ำ – เป็นส่วนจัดแสดงเรื่องชนิดและระบบนิเวศแหล่งต้นน้ำ ป่าต้นน้ำ โดยจัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดทั้งที่มีเกล็ดและไม่มีเกล็ด ผู้ชมจะได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิภาคของปลา และสามรถเชื่อมโยงความรู้ของระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด จากต้นน้ำสู่แหล่งน้ำใหญ่ จากระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด เรื่อยมาจนถึงระบบนิเวศน้ำกร่อยและน้ำเค็ม หากหินและหากทราย นอกจากนี้ยังนำพันธุ์ปลามีพิษที่หาชมได้ยากมาจัดแสดงทั้งยังเปิดวีดีทัศน์ให้ชมระบบนิเวศทะเลหว้ากอ ‘เปิดโลกพิศวงใต้ฝืนน้ำ’ อีกด้วย แหล่งเรียนรู้อื่นๆ ในเขตพื้นที่ใกล้เคียง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กองบิน 53

พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน

2015-12-14 21:19:55

แหล่งรวบรวมข้อมูลและจัดแสดงสภาพชีวิต ความเป็นอยู่สภาพสังคมและวัฒนธรรมของชาวอีสาน ตามแนวคิดการศึกษาที่สมบูรณ์จะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่สมดุลกันระหว่างวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยแบ่งออกเป็นบริเวณต่างๆ ได้แก่ หมู่บ้านอีสาน โรงเกวียน เถียงนา กองฟาง โรงแสดงกลางแจ้ง และบริเวณที่พักภายในบริเวณหมู่บ้านอีสาน จัดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบของเรือนอีสานกับวิถีชีวิตระบบ ครอบครัว เครือญาติ เศรษฐกิจ ความเชื่อทางศาสนา ฯลฯ ภายในเรือนอีสานแต่ละหลังได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวอีสาน รวมทั้งข้อมูลที่แสดงความสัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์ และความเชื่อในการใช้พันธุ์ไม้ของชาวอีสาน พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน ก่อตั้งขึ้นจากโครงการน้ำพระทัยจากในหลวงหรือโครงการอีสานเขียว เทื่อพ.ศ. 2531 บนเนื้อที่ 150 ไร่ หนึ่งในโครงการของสถาบันวิจัยรุกขเวชมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อศึกษาปฏิบัติการด้านสังคมศาสตร์ เกี่ยวกับวิถีชีวิต สังคม-วัฒนธรรมอีสานในรูปแบบวัฒนธรรมท้องถิ่นควบคู่กันกับการศึกษาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เรื่องพืชสมุนไพรปละพันธุ์ไม่ไผ่ในเอเชีย โดยจำลองวิถีต่าง ของชาวอีสาน ตั้งแต่เรือนเย้า เรือนผู้ไท และเรือนอีสาน ภายในบ้านจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ประจำวันของคนอีสาน นำเสนอสภาพชีวิตของสังคมและวัฒนธรรมอีสานที่ดำรงอยู่ด้วยข้าวและน้ำด้วยเหตุผลอีสานเป็นสังคม เกษตรกรรมทำนา ที่จำเป็นต้องอาศัยน้ำเป็นหลัก และยังเชื่อมโยงไปสัมพันธ์กับวิถีการดำรงชีวิตที่ผู้คนจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องปลาพืชพันธุ์ไม้ ป่า และรวมทั้งเกลือด้วย

พิพิธภัณฑ์ ไม้กลายเป็นหิน และทรัพยากรธรณี

2015-12-16 16:07:46

ไม้กลายเป็นหินอัญมณี (Opallized Wood) สิ่งมหัศจรรย์ของเมืองโคราช อายุกว่า 800,000 ปีความยาวประมาณ 2 เมตร เนื้อไม้ที่กลายเป็นผลึกคล้ายอัญมณีตลอดทั่วทั้งลำต้น ถูกจัดอยู่ในสวน ‘พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน’ ไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งรวบรวมเอาไม้กลายเป็นหินนับร้อยชิ้น อายุกว่า 8 แสนปี -320 ล้านปีมาจัดแสดงไว้ พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีนอกจากไม้กายเป็นหินอัญมณียังมี ‘พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์’ ซึ่งจัดแสดงฟอสซิลช้างที่พบในโคราชถึง 9 สกุล จาก 42 สกุล ทั่วโลกอายุเก่ากว่าแก่กว่าช้างแมมมอธของไซบีเรียและอเมริกาเหนือ และที่พลาดไม่ได้ คือ ช้างสี่งา และช้างงาจอบ ช้างงาเสียมที่มีอายุกว่า 5-16 ล้านปี สุดท้ายคือ ‘พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์’ ที่จัดแสดงไดโนเสาร์โคราช 6 สายพันธุ์ อายุกว่า 100 ล้านปี เช่น อิกัวโนดอน สยามโมไทรันนัส ฯลฯ แลสนุกไปกับภาพเคลื่อนไหวของไดโดนเสาร์กินเนื้อจอมโหดปะทะกับอิกัวโนดอนใจเด็ดที่จะกระโดดข้ามหัวผู้ชมไปมาในห้องฉายวีดีทัศน์ที่สร้างด้วยเทคนิควีดีโอแอนิเมชั่น ฉายรอบทิศทางบนผนังโค้ง 360 องศา