สำหรับผูสูงอายุ
คำแนะนำการใช้งาน
ขยายขนาดตัวอักษร
เพิ่มระยะห่างตัวอักษร
เพิ่มขนาดลูกศรชี้
ตำแหน่ง
เส้นช่วยในการอ่าน
เน้นการเชื่อมโยง
ปรับชุดสี
เปิดการใช้งาน
ปิดการใช้งาน
คำแนะนำการใช้งาน
เริ่มต้นใช้งาน
Text Size

การขยายขนาดตัวอักษร

สามารถเลือกปรับขนาดตัวอักษรได้ 3 ระดับ คือ 20% 30% และ 40% จากขนาดมาตรฐาน

Text Spacing

การเพิ่มระยะห่างตัวอักษร

การปรับระยะห่างของตัวอักษร และช่องว่างระหว่างบรรทัด สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Large Cursor

การเพิ่มขนาดลูกศรชี้ตำแหน่ง

ขยายขนาดของลูกศรชี้ตำแหน่ง (Cursor) ให้ใหญ่ขึ้นถึง 400%


Reading Guide

เส้นช่วยในการอ่าน

จะมีเส้นปรากฏขึ้น พร้อมกับการเลื่อนลูกศรชี้ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถโฟกัสข้อความที่ต้องการอ่านได้สะดวกขึ้น

Highlight Links

เน้นการเชื่อมโยง

ช่วยเน้นและแยกส่วนของลิงค์หรือปุ่มต่างๆ ออกจาก เนื้อหาภายในเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถมองเห็นปุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Change Color

เลือกปรับชุดสี

สามารถเลือกปรับชุดสีของเว็บไซต์ได้ 4 แบบตัวอักษรและปุ่มต่างๆ มีสีเข้มคมชัด มองเห็นได้ชัดเจน


พิพัธภัณฑ์สถานแห่งชาติ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์

2017-08-30 13:13:27

ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นชาวอิตาเลียน เดิมชื่อ คอร์ราโด เฟโรจี เกิดที่เมืองฟลอเรนซ์ ได้รับเลือกมาเป็นช่างปั้นกรมศิลปากรในรัชกาลที่ 6 พ.ศ.2466 ซึ่งศิลปะของชาวไทยในยุคนั้นยังเป็นแบบประเพณี(เช่นลายไทย) ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ออกแบบและสร้างประติมากรรมอนุสาวรีย์ส่วนใหญ่ในประเทศไทย เป็นผู้วางรากฐานการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ของไทยให้ทัดเทียมศิลปะสากล ด้วยการริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนศิลปากร มหาวิทยาลัยศิลปากรและโรงเรียนศิลปศึกษา (ช่างศิลป) ริเริ่มจัดงานแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ผลงานบทความทางศิลปะที่มีคุณค่าต่อวงการศิลปะสมัยใหม่ของไทย ก่อนถึงแก่กรรมใน พ.ศ.2505 กำรงตำแหน่งข้าราชการวิสามัญชั้นพิเศษ,ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์และคณะบดีคณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรด้วยความสำนึกในคุณูปการที่มีต่อคนไทย ห้องทำงานของท่าน จึงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดแดสงนิทรรศการถาวร,ชีวประวัติบุคคล ศาสตราจารย์ศิลป์ พีนะศรี, ผลงานศิลปะทันสมัยใหม่ในยุคศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี, จัดแสดงสิ่งของอาทิ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน,เครื่องมือ,อุปกรณ์สื่อสาร,หนังสือและผลงานศิลปะ

พิพิธภัณฑ์พระวิหารมิ่งเมือง

2016-03-10 19:41:51

พระวิหารมิ่งเมืองสร้างโดยเจ้าผู้ปกครองนครแพร่ พร้อมด้วยเจ้านายบุตรหลานพญาแสนท้าวเมืองแพร่ ต่อมาได้ถูกปรับเปลี่ยนใช้เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุต่าง ๆ

พิพิธภัณฑ์การศึกษา โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่

2016-03-10 20:09:02

อาคารน้ำเพชรเป็นอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวแพร่ทุกหมู่เหล่า ที่ได้พร้อมใจกันร่วมสร้างอาคารน้ำเพชรขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ต่อมาเมื่อครั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2533 และได้ทอดพระเนตรเห็นอาคารน้ำเพชร จึงมีพระดำรัสว่า "อาคารไม้เก่า ๆ ที่สวยงามอย่างนี้ หาชมได้ยากแล้ว สมควรอนุรักษ์ไว้" ประกอบกับตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ที่มุ่งปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้อง สร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ส่งเสริมศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนให้มีการส่งเสริมการดำเนินงานจัดตั้งแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ ทางโรงเรียนนารีรัตน์จึงได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์การศึกษา โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ ขึ้น โดยใช้พื้นที่ในอาคารน้ำเพชร ซึ่งเป็นอาคารสำคัญของโรงเรียน


พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ

2016-03-10 21:48:17

เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2540 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดอย่างเป็นทางการ การจัดแสดงแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ห้องจัดแสดงเงินตราโบราณ จัดแสดงเงินตรายุคก่อนประวัติศาสตร์ เงินตราในดินแดนสุวรรณภูมิ เงินตราล้านนา และเงินตราร่วมสมัย ห้องจัดแสดงผ้าโบราณ จัดแสดงผ้าไทย และผ้าต่างประเทศ เช่น ผ้าพม่า ลาว จีน กัมพูชา และผ้าในพระราชสำนักเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการเป็นศูนย์กลางเผยแพร่ความรู้ด้านเงินตราและผ้าไทแก่บุคคลทั่วไป เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ นอกจากมีการจัดแสดงเงินตรา และผ้าโบราณให้ผู้สนใจเข้าชมแล้ว ยังได้ร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางด้านพิพิธภัณฑ์ เงินตรา และผ้าโบราณ มีการจัดกิจกรรมทุกๆ ปี โดยเน้นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ด้านการบริการวัสดุพิพิธภัณฑ์ ได้มีการนำเอาระบบ IT มาใช้ในการบริหารระบบวัตถุพิพิธภัณฑ์ งานทะเบียน ฯลฯ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง

2016-01-21 10:22:48

สิงห์สำริด เป็นศิลปะทันสมัยทวารวดี สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 – 14 (ราว 1,200 – 1,300 ปีมาแล้ว) มาจากคติความเชื่อที่ว่าสิงโตเป็นสัตว์สำคัญ ที่ปรากฏในงานศิลปะมาตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากประเทศอินเดีย เนื่องจากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาปรากฏสัตว์ดังกล่าวอยู่ในธรรมชาติ สิงโตสำริดชิ้นนี้เป็นของหายาก นอกจากจะมีขนาดเล็กและหล่อด้วยโลหะสำริดแล้ว ฝีมือในการปั้นยังแสดงถึงอารมณ์ และลักษณะที่เป็นธรรมชาติ ถือเป็นโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมอีกชิ้นหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า

2016-03-10 22:04:55

ในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปีพ.ศ. 2484 – 2488 กองทัพญี่ปุ่นต้องการยึดประเทศพม่าจึงสร้างทางรถไฟจากสถานีชุมทางหนองปลาดุกผ่านจังหวัดกาญจนบุรี เลียบริมแม่น้ำแควน้อยไปยังด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อออกสู่เมืองมะละแหม่งประเทศพม่า ในระหว่าง พ.ศ. 2486 – 2487 เชลยศึกผู้หนึ่งจากประเทศอินโดนีเซียชื่อ Dr.H.R VAN HEEKEREN นักโบราณคดี ชาวฮอลันดา ได้พบเครื่องมือหินจำนวน 8 ชิ้น บริเวณสถานีรถไฟ เมื่อสงครามยุติจึงนำเครื่องมือหินที่พบไปศึกษาที่พิพิธภัณฑ์พีบอดี้ ( Peabody Museum) มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ทราบว่าเป็นเครื่องมือหินกะเทาะสมัยหินกลาง (Mesolithic) และขวานหินขัดสมัยหินใหม่ (Neolithic) ต่อมาในพ.ศ. 2499 ศาสตราจารย์โมเวียส ได้ส่งศิษย์ชื่อ คาล.จี.ไฮเดอร์ ทำการสำรวจร่วมกับศาสตราจารย์ชิน อยู่ดี จากบริเวณบ้านเก่า จนถึงตำบลวังโพ รวมระยะทางประมาณ 26 ก.ม. และสำรวจ “ แหล่งนายบางนายลือ ” พบเครื่องมือเครื่องใช้ยุคก่อนประวัติศาสตร์จำนวนมากเช่นกัน ในระหว่างพ.ศ. 2503 – 2505 ดังนั้นกรมศิลปากรร่วมกับสถานทูตเดนมาร์กได้ทำการสำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดีต่างๆ ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรีและที่ตำบลบ้านเก่า พบโครงกระดูกมนุษย์สมัยหินใหม่จำนวน 44 โครง ในปีพ.ศ. 2507 จึงได้ก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ เพื่อเก็บรวบรวมโบราณวัตถุและในพ.ศ. 2515 ได้ปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการและเปิดให้ประชาชนเข้าชม โดยใช้ชื่อว่า พิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์บ้านเก่า และในวันที่ 27 สิงหาคม 2522 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า กาญจนบุรี และในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนิน ทรงนำคณะนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทัศนศึกษาพิพิภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า กาญจนบุรี เป็นครั้งแรก