ภาคตะวันตก

กาญจนบุรี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า

2016-03-10 22:04:55

ในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปีพ.ศ. 2484 – 2488 กองทัพญี่ปุ่นต้องการยึดประเทศพม่าจึงสร้างทางรถไฟจากสถานีชุมทางหนองปลาดุกผ่านจังหวัดกาญจนบุรี เลียบริมแม่น้ำแควน้อยไปยังด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อออกสู่เมืองมะละแหม่งประเทศพม่า ในระหว่าง พ.ศ. 2486 – 2487 เชลยศึกผู้หนึ่งจากประเทศอินโดนีเซียชื่อ Dr.H.R VAN HEEKEREN นักโบราณคดี ชาวฮอลันดา ได้พบเครื่องมือหินจำนวน 8 ชิ้น บริเวณสถานีรถไฟ เมื่อสงครามยุติจึงนำเครื่องมือหินที่พบไปศึกษาที่พิพิธภัณฑ์พีบอดี้ ( Peabody Museum) มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ทราบว่าเป็นเครื่องมือหินกะเทาะสมัยหินกลาง (Mesolithic) และขวานหินขัดสมัยหินใหม่ (Neolithic) ต่อมาในพ.ศ. 2499 ศาสตราจารย์โมเวียส ได้ส่งศิษย์ชื่อ คาล.จี.ไฮเดอร์ ทำการสำรวจร่วมกับศาสตราจารย์ชิน อยู่ดี จากบริเวณบ้านเก่า จนถึงตำบลวังโพ รวมระยะทางประมาณ 26 ก.ม. และสำรวจ “ แหล่งนายบางนายลือ ” พบเครื่องมือเครื่องใช้ยุคก่อนประวัติศาสตร์จำนวนมากเช่นกัน ในระหว่างพ.ศ. 2503 – 2505 ดังนั้นกรมศิลปากรร่วมกับสถานทูตเดนมาร์กได้ทำการสำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดีต่างๆ ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรีและที่ตำบลบ้านเก่า พบโครงกระดูกมนุษย์สมัยหินใหม่จำนวน 44 โครง ในปีพ.ศ. 2507 จึงได้ก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ เพื่อเก็บรวบรวมโบราณวัตถุและในพ.ศ. 2515 ได้ปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการและเปิดให้ประชาชนเข้าชม โดยใช้ชื่อว่า พิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์บ้านเก่า และในวันที่ 27 สิงหาคม 2522 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า กาญจนบุรี และในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนิน ทรงนำคณะนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทัศนศึกษาพิพิภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า กาญจนบุรี เป็นครั้งแรก

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย – พม่า

2015-12-14 13:16:54

Mr. Rod Beattie ได้รวบรวมวัตถุต่างๆในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และศึกษาแหล่งข้อมูลที่มาจากประสบการณ์ หนังสือ และจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องในสมัยสงครามมาเป็นเวลากว่า10 ปี โดยให้ความสนใจกับเรื่องราวการสร้างทางรถไฟสายไทย – พม่าเป็นพิเศษ Mr. Rod จึงเกิดแนวความคิดที่จะจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย – พม่าขึ้นเพื่อให้ประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชม

พิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำช่องเขาขาด

2015-12-15 18:09:43

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองเชลยศึกชาวออสเตรเลียและฝ่ายพันธมิตรถูกบังคับให้สร้างทางรถไฟยาว 415 กิโลเมตร จากประเทศไทยไปยังประเทศพม่า เป็นเส้นทางหลักสำหรับการส่งกำลังของกองทัพบกญี่ปุ่น เชลยศึกชาวออสเตรเลีย ชาวอังกฤษและชาวดัตซ์ รวมทั้งเชลยพลเรือนชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกบังคับให้สร้างทางรถไฟสายนี้ช่องเขาขาด (ช่องไฟนรก) โดยส่วนใหญ่เป็นเชลยชาวออสเตรเลียที่ตกอยู่ภายใต้สภาพที่เลวร้ายที่สุด ณ ที่นี้ จากความคิดริเริ่มของอดีตเชลยศึก Mr.Tom Mooris และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลียร่วมมือกับรัฐบาลไทยสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงคนที่เสียชีวิตตามเส้นทางรถไฟสายไทย – พม่า เมื่อพ.ศ. 2531 ต่อมาได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพออสเตรเลียในการทำนุบำรุงอนุสรณ์สถานที่ช่องเขาขาด ทำการถางป่า จัดทำทางเดิน และซ่อมแซมบันไดไม้ และมีการพัฒนาเขตอนุสรณ์สถานเรื่อยมาจนกระทั่งมีการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นและมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2541

ไม่มีข้อมูล

ประจวบคีรีขันธ์

อุทยานวิทยาศาสตร์ พระจอมเหล้า ณ หว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์

2015-12-08 11:25:26

หว้ากอในอดีต เป็นชื่อหมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลคลองวาฬ ห่างจากตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 15 กม.ความสำคัญของหมู่บ้านนี้เคยเป็นสถานที่ที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงคำนวณไว้ว่าจะเกิด สุริยุปราคาเต็มดวง สามารถมองเห็นได้ ชัดเจนที่นี่ ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตร สุริยุปราคา ณ ที่แห่งนี้ ต่อมา คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2532 ให้ดำเนินการโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ และเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานนามว่า “อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว่ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งขึ้นเป็นสถานศึกษาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2536 ปัจจุบันสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดตั้ง เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็น "บิดาแห่ง วิทยาศาสตร์ไทย" ซึ่งมีบทบาทในการ พัฒนาขีดความสามารถ ทางด้าน วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีของประเทศดังนี้ 1.ปลูกฝังความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความภาคภูมิใจในพระ อัจฉริยภาพแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะเป็น พื้นฐาน ให้คนรุ่นหลังเกิดความสนใจในศักยภาพของชนชาติไทย ที่จะ พัฒนา เกียรติประวัติ ทางด้าวิทยาศาสตร์ให้ก้าวหน้าสืบไป 2.เป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมทางการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม ดาราศาสตร์ อวกาศ เทคโนโลยี และพลังงาน เพื่อส่งเสริมคุณภาพการเรียน การสอนตามหลักสุตร เพื่อพัฒนา พื้นฐานความรู้ความเข้าใจ และเพื่อเผยแพร่วิทยาการ ที่จะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป 3.เป็นศูนย์ฝึกอบรมครูอาจารย์และบุคลากรการศึกษาทั้งใน ระบบและนอก ระบบโรงเรียน 4.เป็นศูนย์การศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ธรรมชาติวิทยาและเทคโนโลยีที่เหมาะสมดาราศาสตร์และพลังงาน 5.เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หว้ากอ

2016-03-10 22:08:11

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า หว้ากอ ซึ่งจัดนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยาของสัตว์น้ำต่างๆ ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และนำเค็ม มีส่วนจัดแสดงทั้งหมด 2 ชั้น แบ่งนิทรรศการเป็น 6 นิทรรศการ เริ่มด้วยเมื่อผู้เข้าชมเข้ามาด้านในจะพบกับ การกำเนิดของสิ่งมีชีวิต เรียนรู้ระบบนิเวศเบื้องต้นจากซุ้มและฐานต่างๆ จากนั้นจึงนำเข้าไปสู่นิทรรศการจำลองระบบนิเวศจากขุนเขา หรือป่าต้นน้ำ แล้วจึงต่อเนื่องไปสู่นิทรรศการจำลองวิถีชีวิตแบบป่าชายเลน หาดทราบ และหาดหินพร้อมทั้งแสดงพันธุ์ปลาที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆ นอกจากนี้ผู้ชมยังสามารถสัมผัสกับบรรยากาศใต้ท้องทะเลภายใต้อุโมงค์ซึ่งสามารถมองเห็นปลาและสัตว์หลากหลายสานพันธุ์ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดกิจกรรม Touch Pools ไว้ให้ผู้ชมสามารถสัมผัสสัตว์น้ำได้โดยตรง เช่น ดาวทะเล แมงดา ปลิงทะเล เม่นทะเล เป็นต้น ชมนิทรรศการธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต จัดแสดงปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ อีกหลายสายพันธุ์ จากขุนเขาสู่สานน้ำ – เป็นส่วนจัดแสดงเรื่องชนิดและระบบนิเวศแหล่งต้นน้ำ ป่าต้นน้ำ โดยจัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดทั้งที่มีเกล็ดและไม่มีเกล็ด ผู้ชมจะได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิภาคของปลา และสามรถเชื่อมโยงความรู้ของระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด จากต้นน้ำสู่แหล่งน้ำใหญ่ จากระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด เรื่อยมาจนถึงระบบนิเวศน้ำกร่อยและน้ำเค็ม หากหินและหากทราย นอกจากนี้ยังนำพันธุ์ปลามีพิษที่หาชมได้ยากมาจัดแสดงทั้งยังเปิดวีดีทัศน์ให้ชมระบบนิเวศทะเลหว้ากอ ‘เปิดโลกพิศวงใต้ฝืนน้ำ’ อีกด้วย แหล่งเรียนรู้อื่นๆ ในเขตพื้นที่ใกล้เคียง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กองบิน 53

พิพิธภัณฑ์และอาคารประวัติสงคราม

2015-12-13 21:34:52

ปืนเล็กยาวแบบ 66 เป็นปืนเล็กยาวแบบ 66 หนึ่งในยุทโธปกรณ์ของผู้กล้า แห่งกองบินน้อยที่ 5 เป็นอาวุธประจำของทหารราบ เข้าประจำการเมื่อ พ.ศ.2466 ปลดประจำการเมื่อ พ.ศ.2516 ปืนชนิดนี้ใช้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อกองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกบริเวณอ่าวมะนาวกองบินน้อยที่ 5 (กองบิน 53ฯปัจจุบัน) อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เวลาประมาณ 04.00 น ของวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484ครั้งนั้น ทหาร ตำรวจข้าราชการ และประชาชนได้ร่วมมือกันต่อต้านผู้รุกรานอย่างสุดชีวิต ถือเป็นเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ที่กองบินฯและชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ภาคภูมิใจ และนี่คืออุทยานประวัติศาสตร์ ที่ก่อตั้งขึ้น (เมื่อปี พ.ศ.2531) เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญและเสียสละของชาวประจวบคีรีขันธ์ พิพิธภัณฑ์และอาคารประวัติสงคราม กองบิน 5 กองพลบินที่ 4 กองบัญชาการยุทธทางอากาศภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการประวัติและวิวัฒนาการสมัยสงครามโลกทั้งที่ 2 ของกองบินน้อยที่ 5 วิถีชีวิตความเป้นอยู่ของทหารในช่วงสงคราม นิทรรศการเกี่ยวกับประวัติการบินของประเทศไทยและเหตุการณ์ญี่ปุ่นยกทัพขึ้นบกที่อ่าวน้อย ภาพเหตุการณ์จริงของสงครามที่เกิดขึ้นตามที่ต่างๆ ทั่วโลกจำลองชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตที่ข้าวของเครื่องใช้จำเป็นต้องจัดเตรียมให้หยิบฉวยง่ายในยามฉุกเฉิน ห้องนิทรรศการทหารไทยในสงครามห้องนิทรรศการการเจรจา ขอผ่านแดน ห้องสู่สันติภาพนิทรรศการเกียรติภูมิผู้กล้า ฉากของวีรบุรุษในสมรภูมิ (น.ต.ม.ล.ประวาศ ชุมสาย) ชุดทหาร ที่ผ่านศึกสงครามรูกระสุนจากเหตุการณ์จริง อาวุธยุทโธปกรณ์ของผู้กล้ากองบินน้อยที่ 5 แผ่นจารึกชื่อของผู้กล้าท่านต่างๆ ฯลฯ รวมถึงนิทรรศการชีวิตความเป็นอยู่ของหอยตลับ เนื่องจากหอยตลับเป็นสัตว์ที่มีคุณค่าทั้งทางชีวภาพและเศรษฐกิจของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


พิพิธภัณฑ์หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร

2016-01-03 15:07:41

หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร คือนักบุกเบิกการเกษตร ผู้อุทิศชีวิตเพื่อเกษตรกรรมและเกษตรกรไทย อย่างแท้จริง โดยพระองค์ได้ทรงทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสมขึ้นที่ฟาร์มบางเบิด เพื่อเป็นแบบอย่างและเป็นทางเลือกสำหรับอาชีพของชนชั้นกลางรุ่นใหม่ ต่อมาพื้นที่ดังกล่าวได้ตกเป็นราชพัสดุ ให้เกษตรกรเช่าใช้จนถึงปี 2532 ก่อนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะขอพื้นที่ฟาร์มบางเบิดมาใช้ประโยชน์เพื่อจัดตั้งสถานีวิจัยทางการเกษตร ในปี 2534 และจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานฟื้นฟูผลงานและเผยแพร่เกียรติยศของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร โดยมีการจัดแสดงชีวประวัติของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร และหม่อมศรีพรหมา รวมถึงประวัติการจัดตั้งสถานีวิจัยสิทธิพร กฤดากร และวิวัฒนาการเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้ในการกสิกรรม และการพัฒนาสายพันธุ์ผลผลิตทางการเกษตรด้วย มาที่นี่ต้องดู! เหรียญรางวัลแมกไซไซ ของมูลนิธิรามอนแมกไซไซ ซึ่งได้มอบแก่หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2510 และของใช้ส่วนตัวของหม่อมเจ้าสิทธิพร และหม่อมศรีพรหมา ผู้เป็นภริยา ที่แสดงถึงความพอเพียงในการดำเนินชีวิตของท่านทั้งสองได้เป็นอย่างดี

พิพิธภัณฑ์ทหารราบค่ายธนะรัชต์

2016-01-03 15:17:27

ปี 2550 พิพิธภัณฑ์ทหารราบ ได้จัดตั้งขึ้นจากคำสั่งที่ให้ทุกหน่วยตั้งแต่ระดับกองพันขึ้นไป จัดตั้ง พิพิธภัณฑ์ทหาร โดยจัดแสดงวัตถุโบราณเป็นชุดๆ อันประกอบไปด้วยอาวุธชนิดต่างๆ เครื่องแต่งกาย ภาพเหตุการณ์สำคัญ ภาพผู้บังคับบัญชา เครื่องมือช่างทหารและแผนที่ และทางศูนย์การทหารราบจึงได้ดำเนินการตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเดิมที่ตั้งอยู่ที่ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี และมอบให้แผนกยุทธการศูนย์การทหารราบเป็นผู้รับผิดชอบทำการรวบรวมอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในศูนย์การ ทหารราบ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยราชการอื่นๆ เพื่อให้นิทรรศการมีความสมบูรณ์ จนถึงปี 2551 จึงได้ย้ายที่ตั้งหน่วยไปที่ ตำบลเขาย้อย อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตั้งอยู่ที่นี่จวบจนถึงปัจจุบัน โดยภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงชีวประวัติบุคคล นายทหาร ฯพณฯ ท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตลอดจนประวัติและวิวัฒนาการด้านการทหาร เช่น อาวุธยุทโธปกรณ์ เรื่องราวของวิถีชีวิตทหารและเทคโนโลยีด้านการทหารต่างๆ มาที่นี่ต้องดู! อิฐพระสถูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โบราณวัตถุตั้งแต่สมัย ปี 2148 เดิมอยู่ที่เมืองหาง ประเทศพม่า ซึ่งผู้จงรักภักดีในพระนเรศวรมหาราชได้ร่วมกันสร้างถวาย เป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยใหญ่ในรัฐแน และชาวไทยน้อยหลายกลุ่ม แต่ปัจจุบันรัฐบาลพม่าได้ทำลายพระสถูปแห่งนี้ไปแล้ว และอิฐก้อนนี้คือส่วนหนึ่งของพระสถูปองค์นั้น

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน วัดนาห้วย

2016-01-03 15:23:34

วัดนาห้วย เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่ชมชนมา ตั้งแต่ยุคต้นรัตนโกสินทร์ มีอายุรวม 200 ปี จึงยังเห็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิต ประเพณี ที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเรื่อยมา พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดนาห้วยเกิดขึ้นโดยความร่วมมือกันของชุมชนกับวัด ในการส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีในชุมชน โดยมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่ทางเจ้าอาวาสวัดให้มอบให้กับทางพิพิธภัณฑ์ และวัตถุเก่าแก่ที่ชาวบ้านได้นำมามอบให้ รวมถึงนิทรรศการชีวประวัติ เจ้าอาวาสวัดนาห้วยองค์ก่อนถึง 10 องค์ ทั้งในรูปแบบของภาพถ่ายและของใช้ ประวัติและวิวัฒนาการทางด้านโบราณคดี และประวัติศาสตร์เมืองปราณบุรี เครื่องปั้นดินเผา โอ่งโบราณ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เงินตรา คันฉ่อง และเครื่องใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีที่สืบทอดกันมา มาที่นี่ต้องดู! ตู้พระไตรปิฎกและพระไตรปิฎกเก่าแกที่ทางวัดเก็บไว้ และหินที่มีกระดูกแทรกอยู่ด้านใน ซึ่งชาวบ้านได้ขุดพบบนเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นสิ่งแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญ

ราชบุรี

จิปาถะภัณฑสถานบ้านคูบัว

2015-12-08 11:14:34

จิปาถะภัณฑสถาน เป็นอาคารสองชั้นภายในมีห้องจัดแสดง 5 ห้องหลัก ทางเข้าอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร เมื่อเดินเข้ามาจีบันไดเดินลงทางขวามือ เพื่อเริ่มชมห้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยทวารวดีจัดแสดงวัตถุผสมผสานไปกับการจำลองบรรยากาศของโบราณสถาน จากนั้นเดินต่อเข้าไปที่ห้องวิถีชีวิตชาวนาไท-ยวน จำลองบรรยากาศให้เสมือนอยู่ภายในเรือนของชาวไท-ยวน จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องการเกิดของเด็ก แม่ต้องอยู่ไฟ การทำครัว และลักษณะครอบครัวชนบท จำลองการถนาการกว่านและกระบวน การผลิตก่อนที่จะมาเป็นข้าว และการบูชาพระแม่โพสพ บนชั้นสองจัดแสดงในส่วนของชาวไท-ยวน ตั้งแต่เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมความเป็นอยู่ การแต่งกาย อุปกรณ์ทอผ้า ถัดมาเป็นการแสดงผ้าจก และห้องจัดแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในจังหวัดราชบุรี

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง

2015-12-08 11:21:24

วัดม่วงเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในชุมชนบ้างม่วงตั้งอยู่ริมแม่น้ำกลองฝั่งตะวันตกมีประวัติบอกไว้ในคัมภีร์ใบลานเขียนด้วยอักษรมอญว่าอยู่ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยามีอายุกว่า 300ปีมาแล้ว ด้วยความตระหนักในคุณค่าเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษและวัฒนธรรมของชาวบ้านม่วง เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน คือ พระครูวรธรรมพิทักษ์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า อาจารย์ลม(ลม คชเสนีย์) และชาวบ้านทั้งหลายจึงได้พยายามเก็บรบรวมสิ่งของที่สะท้อนถึงความเป็นมาและขนบประเพณีของชุมชน เช่น คัมภีร์และผ้าห่อใบลานจำนวนหลายพันชิ้น เครื่องมือเครื่องใช้ ศิลปวัตถุที่พบในเขตลุ่มน้ำแม่กลอง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องใช้ในดารประกอบอาหารการกินที่สะท้อนวิถีชีวิตในอดีตที่ผูกพันกับประเพณีความเชื่อ และการทำมาหากินของชีวิตชาวนาจุดประกายให้เกิดความคิดทำพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านขึ้นมา พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง เน้นความเรียบง่าย แต่มีความหมายต่อการศึกษาประวัติศาสตร์วัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชน จัดแสดงนิทรรศการวิถีชีวิตของชาวไทยรามัญ กลุ่มชนเผ่าของชาวไทยรามัญ วัฒนธรรมและประเพณี ของชาวเมืองอุบลราชธานีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ มีการบรรยายถึงมอญในตำนานความเป็นมาของชนชาติมอญ มอญในทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวของมอญในสมัยต่างๆ เช่น ยุครามัญประเทศ มอญยุคผู้ชนะสิบทิศ มอญอพยพ เส้นทางการอพยพของขาวมอญ โดยแสดงระลอกของการอพยพ สำคัญ 9 ครั้งตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งการอพยพทั้ง 9 ครั้งนี้ทำให้ประชากรชาวมอญเป็นประชากรส่วนสำคัญของประเทศไทย จัดแสดงสิ่งของและวัตถุสะสม เช่น เครื่องปั้นดินเผา โบราณวัตถุเอกสารโบราณ เครื่องไม้ เครื่องใช้ในการศาสนา อาวุธ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี

2015-12-13 19:32:50

ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2502 มีการจัดนิทรรศการแบ่งเรื่องราวของจังหวัดราชบุรีเป็นห้องต่างๆจำนวน 12 ห้อง ได้แก่ ห้องที่ 1 ธรณีวิทยา ห้องที่ 2 ก่อนประวัติศาสตร์ ห้องที่ 3 ทวารวดี ห้องที่ 4 ลพบุรี ห้องที่ 5 อยุธยา ห้องที่ 6 รัตนโกสินทร์ ห้องที่ 7 ราชบุรีวันนี้ ห้องที่ 8 วัฒนธรรมพื้นบ้าน ห้องที่ 9 โอ่งมังกร ห้องที่ 10 กีฬา ห้องที่ 11 – 12 บุคคลสำคัญของราชบุรี นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงนิทรรศการชีวประวัติบุคคลสำคัญในจังหวัดราชบุรี ประวัติปละวิวัฒนาการทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ ของจังหวัดราชบุรี ฯลฯ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรีจัดแสดงพิพิธภัณฑ์แบบพิพิธภัณฑ์เมือง เล่าเรื่องราวโบราณคดีประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติสาสตร์จนถึงปัจจุบัน อาทิ กลุ่มชาติพันธุ์ 8 กลุ่มในจังหวัดราชบุรี ได้แก่ ชาวไทยพื้นเมืองภาคกลาง ลาวโซ่ง ลาวพวน ลาวเวียง กระเหรี่ยง ชาวจีน เขมรลาวเดิม เป็นต้น


พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคงคาราม

2015-12-16 20:16:25

กุฏิ 9 ห้อง บนกุฏิ 9 ห้อง ซึ่งเป็นเรือนไม้ทรงไทยที่ใหญ่และงดงาม ดัดแปลงพื้นที่เพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยก่อสร้างหมู่เรือนไทยเพิ่มเติมเชื่อมต่อกับตัวกุฏิ สามารถเดินทะลุถึงกันได้ เนื่องจากวัดคงคารามเป็นวัดสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ ข้าวของต่างที่ทางวัดเก็บไว้จึงมีจำนวนมาก ข้าวของส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวมอญ ของชิ้นเด่นในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้แก่ โลงมอญ อายุกว่า 200 ปี แกะสลักลายดอกพุดตาลลงรักปิดทองประณีตงดงาม (โลงมอญทำการลงรักปิดทองใหม่ แกะจากไม้ชิ้นเดียวทะลุโปร่งเป็นลายดอกพุดตาล ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติมอญในอดีต) คัมภีร์ใบลานและสมุดไทยที่จารเป็นภาษามอญจำนวนมาก หีบและตู้พระธรรม เครื่องปั้นดินเผาศิลปะมอญแกะสลักลวดลายวิจิตรหาชมได้ยากในปัจจุบัน เครื่องมือช่างสมัยโบราณ อาทิ กบไสไม้ขนาดต่างๆ หนังข้างอานม้าลงรักปิดทอง ตาลปัตรพัดยศรูปทรงงดงาม เสื่อผ้าเครื่องแต่งกายชาวมอญ เครื่องถ้วยลายคราม เครื่องทองเหลือง เป็นต้น พิพิธภัณฑ์ได้จัดหมวดหมู่ของและแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 10 ห้อง ได้แก่ห้องตู้เก็บคัมภีร์ใบลาน ห้องคัมภีร์ ห้องเครื่องมือช่าง ห้องทองเหลือง ห้องลายคราม ห้องเครื่องปั้นดินเผาสุโขทัย-อยุธยา ห้องดนตรีไทย ห้องเครื่องถ้วยชา ห้องหนังสือ และห้องรวมสมัย นอกจากนี้ในพื้นที่ของวัดคงคารามยังเป็นแหล่งเรียนรู้ในหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นงานพุทธศิลป์จากภาพจิตรกรรมฝาผนัง งานพิพิธภัณฑ์สะท้อนผ่านวัตถุที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ทั้งยังมีเอกลักษณ์ทางด้านชาติพันธุ์ของชุมชนชาวมอญ อาทิ ประเพณี ภาษา รวมถึง สถาปัตยกรรมและงานหัตถกรรมต่างๆที่น่าสนใจและน่าศึกษาหาความรู้เป็นอย่างยิ่ง

เพชรบุรี

ศูนย์วัฒนธรรมไททรงดำเขาย้อย

2016-05-25 14:02:33

ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ ก่อตั้งโดยชาวบ้านร่วมมือกับเทศบาลตำบลเขาย้อย พัฒนาจากที่สารธารณะเปล่าประโยชน์มาเป็นแหล่งรวบรวมวัฒนธรรมและประเพณีของชาวไทยทรงดำ และสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านมีทั้งนิทรรศการที่ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป รวมถึงโฮมสเตย์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับบรรยากาศ กลิ่นอายและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยทรงดำได้จากสถานที่จริง ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงนิทรรศการประวัติและวิวัฒนาการลำดับเรื่องราวการอพยพมาอยู่ในประเทศไทยของชาวไทยทรงดำ, กลุ่มชนเผ่า,จัดแสดงเรือนที่พักอาศัย,เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และเครื่องแต่งกายของชาวไทยทรงดำ,วัฒนธรรมและประเพณี จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อและพิธีกรรมของชาวไทยทรงดำ เช่น พิธีเสนเรือน พิธีแต่งาน พิธีทำศพ การเอิ้นดอน และฟ้อนแคน

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

2015-12-13 22:06:35

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นพระราชวังฤดูร้อนที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้น สำหรับเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราฐานประทับพักผ่อนพระอิริยาบถและรักษาพระองค์ โดยเสด็จมาประทับแรมที่พระราชนิเวศน์แห่งนี้สองครั้งคือ ระหว่างฤดูร้อนพ.ศ.2467 และพ.ศ.2468 ทรงประทับอยู่นานครั้งละประมาณ 3 เดือน ปัจจุบันพระราชนิเวศน์มฤคทายวันเป็นพื้นที่ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยมีมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งจัดตั้งโดยตำรวจตระเวนชายแดน และครอบครัวบุตรหลานข้าราชบริพารในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นองค์จัดการ ดูแล และบำรุงรักษาส่วนเขตพระราชฐานที่ประทับ โดยผ่านการทำงานของสำนักงานพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน มีการจัดนิทรรศการพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นนิทรรศการภาพถ่าย รวมรูปพระบรมฉายาลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ และพระราชกรณียกิจ อื่นๆในรัชสมัย นิทรรศการบทพระราชนิพนธ์ฯ เป็นการรวบรวมข้อมูลบทพระราชนิพนธ์มาจัดแสดงไว้พอสังเขป โดยเน้นให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในพระราชนิพนธ์บทละคร บทความ ปาฐกถา วรรณกรรมและอื่นๆ นิทรรศการเครื่องเสวยไทย เป็นนิทรรศการจัดแสดงจำลองการเสวยพระกระยาหารแบบไทย และแสดงภาพการรับประทานอาหารของเจ้านายในสมัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5-6 นิทรรศการเครื่องเสวยฝรั่งร่วมรัชสมัยฯ เป็นนิทรรศการแสดงการจัดโต๊ะเสวย แบบตะวันตก ซึ่งถือเป็นพระราชนิยมอย่างหนึ่ง ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และจัดแสดงภาพถ่ายเก่าเมื่อครั้งพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6เสด็จพระราชดำเนินร่วมงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำในประเทศต่างๆ นิทรรศการการแต่งกายร่วมรัชสมัยฯ แสดงให้เห็นช่วงเวลาสำคัญที่สยามประเทศมีการติดต่อกับนานาอารยประเทศ จึงมีผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทาง วัฒนธรรมเพิ่มขึ้น และเกิดค่านิยมอย่างใหม่ในการแต่งกายของสตรีตามแนวพระราชนิยมที่ทางกล่าวไว้ว่า ผู้หญิงควรนุ่งซิ่น ฟันขาว ผมยาว เป็นต้น   นิทรรศการหัวหิน-ชะอำ สถานตากอากาศยอดนิยม เป็นนิทรรศการรูปภาพที่กล่าวถึง การแปรพระราชฐานประทับแรมในฤดูร้อน หรือเพื่อฟื้นฟูพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ รวมถึงวัฒนธรรมการพักผ่อนตากอากาศของตะวันตกที่แพร่เข้ามา การตากอากาศตามชายทะเล และการอาบน้ำทะเลเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ การตากอากาศชายทะเลก็แพร่หลายสู่คหบดีและประชาชนทั่วไป เนื่องด้วยพระราชนิเวศน์มฤคทายวันมีพื้นที่กว้างขวางจึงมีสถานที่สำคัญให้เยี่ยมชมและพักผ่อนมากมาย อาทิ พระราชฐานที่ประทับชั้นกลาง คือ พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ บ้านพักเจ้าพระยารามราฆพ พระราชฐานที่ประทับชั้นใน มีทั้งห้องที่จัดแสดงเครื่องเรือน และสิ่งของส่วนพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี

2015-12-16 19:52:30

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี หรือพิพิธภัณฑ์เขาวังเดิมเป็นพระราชวังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเก้าอยู่หัวรัชการที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นบนเขาสามยอด ชื่อเขาสมน (สะหมน) หรือสมณ เมื่อได้สร้างพระนครคีรีแล้ว ได้พระราชทานนามใหม่ว่า ‘เขามหาสวรรค์’ โดยแบ่งพื้นที่การก่อสร้างพระราชวังออกเป็นสามส่วน คือยอดเขาด้านทิศตะวันตกเป็นพระมหาปราสาทและราชมณเฑียรสถาน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดพระนครคีรีแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง และได้เสด็จมาประทับอยู่หลายครั้ง แม้แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงปรดเช่นกัน โดยได้ใช้เป็นที่ต้อนรับแขกเมืองและพระราชอาคันตุกะอยู่เสมอ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ตั้งอยู่ในบริเวณพระราชมณเฑียรสถาน การจัดแสดงโบราณสถานศิลปวัตถุจึงเป็นไป ตามความสำคัญของพระที่นั่งแต่ละองค์ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องเรือน เครื่องราชูปโภคและเครื่องใช้ต่างๆ จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จฯ มาเยือนพระนครคีรี การใช้งานของหมู่พระมหามณเฑียรและพระที่นั่งต่างๆ เช่น พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่ง ปราโมทย์มไหสวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระที่นั่งราชธรรมสภา และหอชัชวาลเวียงชัย โบราณสถานที่สำคัญในพระนครคีรี คือ วัดพระแก้ว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดประจำราชวัง โดยมีโบราณสถานที่สำคัญ คือ พระอุโบสถ พระสุทธเสลเจดีย์ ศาลาลพระปรางค์แดง หอระฆัง


ศูนย์แสดงและสาธิตงานสกุลช่างเมืองเพชร

2016-01-03 14:37:13

งานสกุลช่างเมืองเพชรนั้นถือว่าเป็นภูมิปัญญาของชาวเพชรบุรี ที่เปี่ยมด้วยองค์ความรู้ อันเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมที่ได้รับการถ่ายทอดและการสืบสานสู่งานช่างทุกสาขาและด้วยคุณค่าและลักษณะเฉพาะตัวที่โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้คนนี้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี จึงได้จัดตั้งศูนย์แสดงและสาธิตงานสกุลช่างเมืองเพชร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมพร้อมทั้งเป็นการอนุรักษ์ไว้ซึ่งมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมแก่เยาวชนและผู้สนใจ โดยภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงชีวประวัติบุคคลที่สำคัญในจังหวัดเพชรบุรีที่เกี่ยวข้องกับงานช่าง และเผยแพร่วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญา รวมถึงผลงานศิลปะของคนเมืองเพชร เพื่อสร้างค่านิยมและปลูกจิตสำนึกให้คงไว้ซึ่งวิถีอันดีงามด้วย มาที่นี่ต้องดู! ปูนปั้นพระพิฆเนศวร์ ที่แสดงความละเอียดอ่อนทางงานศิลป์ของช่างเมืองเพชรไว้ได้อย่างงดงาม

พิพิธภัณฑ์ปานถนอม

2016-01-03 14:49:28

พิพิธภัณฑ์ปานถนอมได้ก่อกำเนิดขึ้นโดย อาจารย์ถนอม คงยิ้มละมัย ชาวไทยทรงดำโดยกำเนิด ซึ่งอาจารย์ได้เล็งเห็นคุณค่าและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวไทยทรงดำที่นับวันก็จะเลือนหายไป จึงรวบรวมวัตถุและจัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวไทยทรงดำ โดยมีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้งบประมาณสนับสนุน ในกิจกรรมการสอนภาษาไทยทรงดำแก่เยาวชนและนอกจากเรื่องภาษาแล้ว อาจารย์ถนอมยังได้ส่งเสริมการปลูกฝังกิจกรรมและการละเล่นอื่นๆ ของไทยทรงดำให้แก่นักเรียน พร้อมจัดแสดงวิถีชีวิตของชาวไทย ทรงดำ ผ่านเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและวัตถุที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เพื่อแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีและความเชื่อของชาวไทยทรงดำโบราณด้วย มาที่นี่ต้องดู! เครื่องใช้ในพิธีศพชาวไทยดำ และแบบจำลองเครื่องแต่งกายชาวไทยทรงดำที่ยังคงความสมบูรณ์

พิพิธภัณฑ์วัดมหาธาตุวรวิหาร เพชรบุรี

2016-01-03 14:55:51

พิพิธภัณฑ์วัดมหาธาตุวรวิหาร จัดขึ้นเมื่อปี 2536 โดยเจ้าอาวาสและคณะกรรมการของวัดเห็นว่า โบราณวัตถุที่เป็นทรัพย์สินของวัดนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก สมควรนำมาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เผยแพร่องค์ความรู้ จึงได้สร้างตึกขึ้นจากเงินบริจาคของผู้ศรัทธา และจัดแสดงผลงานศิลปะของครูสกุลช่างเมืองเพชร และโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุต่างๆ โดยแยกเป็นหมวดหมู่ เช่น พระพุทธรูป พระบฏ ภาพจิตรกรรม เครื่องถ้วย เซรามิค และเชี่ยนหมาก รวมทั้งยังมีห้องสมุดและห้องอ่าน หนังสือไว้บริการ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนสามารถเข้ามาอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มเติมได้ แต่เนื่องจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังไม่มีคณะทำงานที่เป็นผู้ปฏิบัติงานที่ชัดเจน การให้บริการจึงอนุญาตให้ผู้สนใจเข้าชมได้โดยวิธีติดต่อขอกุญแจที่ท่านเจ้าอาวาส หรือพระผู้รับผิดชอบเท่านั้น มาที่นี่ต้องดู! พระบฏ ผ้าเขียนสีเก่าแก่ ที่ไม่สามารถประเมินอายุได้