วัดและชุมชน

พิพิธภัณฑ์ชาวเขา

2016-05-25 14:04:11

พิพิธภัณฑ์ชาวเขาจัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2508 โดยคำแนะนำของ Prof. W.R. Geddes นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย ตั้งอยู่ในอาคารที่ทำการศูนย์วิจัยชาวเขา ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สังกัดกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเก็บรวบรวมวัตถุพยาน ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงในประเทศไทย หรือที่เรียกกลุ่มชนเหล่านี้ว่า “ชาวเขา” เพื่อประกอบการศึกษา ค้นคว้า วิจัยของนักวิจัย และผู้สนใจทั่วไป ต่อมา ได้มีกลุ่มผู้สนใจจำนวนมากขึ้น จึงได้เปิดให้บริการเยี่ยมชมแก่บุคคลทั่วไป ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ปี พ.ศ.2540 ได้ย้ายสถานที่ตั้งจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มา ณ อาคารในบริเวณสวนล้านนา ร.9 (ที่ตั้งปัจจุบัน) โดยได้รับความอนุเคราะห์จากจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายพลากร สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้น ปัจจุบัน ได้จัดการแสดงออกเป็น 3 ชั้น ชั้นที่ 1 เรื่องชีวิต ความเป็นมา วัฒนธรรม ประเพณีของชาวเขา จำนวน 12 เผ่า ชั้นที่ 2 เรื่องการแต่งกาย ชีวิตเด็กบนดอย การพัฒนาบนพื้นที่สูง และศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ชั้นที่ 3 เรื่องพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยภูเขา

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่

2016-03-10 20:11:56

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2435 ก่อนสมัยเงี้ยวปล้นเมืองแพร่ หลังจากเจ้าหลวงเมืองแพร่คือเจ้าพิริยเทพวงศ์ ได้ลี้ภัยไปอยู่เมืองหลวงพระบางแล้ว คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ได้กลายเป็นที่ตั้งของกองทหารม้าที่ทางกรุงเทพฯ ได้ส่งมารักษาความสงบเรียบร้อยในเมืองแพร่อยู่ระยะหนึ่ง คุ้มเจ้าหลวงแห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวเสด็จมาเยี่ยมราษฎรจังหวัดแพร่ ในระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม 2501 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จประทับแรม เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2536 อาคารหลังนี้ได้รับพระราชทานรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี 2536 และสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะ ประจำปี 2540 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หลังจากนั้นได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2541 และได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2547 จังหวัดแพร่ได้มอบคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่เป็นผู้ดูแล เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่ "คุ้มเจ้าหลวง" ซึ่งหลังจากที่ได้รับมอบแล้ว องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ได้ทำการปรับปรุงภายในอาคาร และตกแต่งสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม พร้อมทั้งได้จัดตั้งสำนักงานและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ได้ดูแล โดยได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการในปี 2548

หอวัฒนธรรมนิทัศน์ วัดศรีโคมคำ

2016-03-10 21:49:16

ถือเป็น ‘ธรรมเนียม’ ของผู้มาเยี่ยมเยือนที่มักทำต่อๆ กันมา ณ หน้าพระพักตร์ของหลวงพ่อพุทธเศียร พระพุทธรูปหินทรายที่มีพุทธลักษณะสวยงามที่สุดตามแบบฉบับหินทรายสกุลช่างพระเยาในยุคต้นที่ได้รับอิทธิพลจากทางสุโขทัย ซึ่งถูกค้นพบที่วัดสบร่องขุย วัดร้างที่สันนิษฐานกันว่าเป็นสถานที่ถือน้ำพิพัฒน์สาบานต่อกันของพ่อขุนงำเมือง พ่อขุนมังราย และพ่อขุนรามคำแหง (พระร่วง) ด้วยพระพักตร์ที่ช่างแกะสลักฝีมือดีแบ่งออกเป็น 3 ส่วนอย่างลงตัวพระเกศาเป็นเม็ดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ พระขนงโค้งเรียว พระเนตรเหลือบมองต่ำ พระโอษฐ์อิ่ม แย้มยิ้ม ดูสงบและฉายแววแห่งความเมตตา ถือเป็นหลักฐานทางประวัติสาสตร์ที่งดงามและทรงคุณค่ายิ่งปัจจุบัน หลวงพ่อพุทธเศียรประดิษฐาน ณ หอวัฒนธรรมนิทัศน์ วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา


พิพิธภัณฑ์วัดร้องเม็ง

2016-07-08 12:46:27

พิพิธภัณฑ์วัดร้องเม็ง ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2527 โดยพระครูศรีผ่อง โกวิโท (บุญเป็ง) ได้รับพระรามทานสมณศักดิ์พัดยศ ตามราชทินนามพระครูโกวิทธรรมโสภณ ตำแหน่งเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลหนองแหย่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีความสนใจเป็นพิเศษในการอนุรักษ์ศาสนวัตถุที่มีคุณค่า พระพุทธรูปโบราณ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวัน อันเกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่การสืบทอดมาช้านาน ประกอบด้วยสิ่งของหลายร้อยหลายพันอย่าง ที่สูญหายไปแล้วก็มี และที่ยังพบเห็นอยู่ทั่วไปก็มี เพียงก้าวแรก ที่หันมาสนใจอนุรักษ์ของเก่า ประเภทเครื่องใช้มนชีวิตประจำวัน แล้วนำของชิ้นแรก ‘ปิมดินกี่’ รูปโค้งสำหรับก่ออิฐสร้างบ่อน้ำ มาวางไว้ที่โต๊ะหน้ากุฏิพร้อมกับเห็นอะไรเก่าๆ เช่น ถ้วย ชาม กระเบื้อง ฯลฯ ก็นำมาวางๆไว้ รวมกันได้ประมาณ 100 ชิ้นชาวบ้านใกล้เคียงมาพบเข้าก็เริ่มสนใจ สอบถามถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการเก็บรักษาสิ่งของบางอย่างคนรุ่นใหม่ไม่ทราบว่าเป็นอะไรและไม่รู้ถึงประโยชน์ใช้สอยทำให้พระครูโกวิทธรรมโสภณ ต้องอธิบายขยายความเป็นรายๆไป จนกระทั่งศรัทธาประชาชนในหมู่บ้าน และตำบลใกล้เคียงต่างทราบก็นำวัตถุโบราณ สิ่งของเครื่องใช้เก่าๆ พระพุทธรูปเก่า มาถวายไว้เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์ของวัดมากขึ้นนับรวมแล้วมีประมาณ 1,000 ชิ้น คณะกรรมการวัดเริ่มเห็นว่าสถานที่เก็บรักษาคับแคบ จึงได้ขยายตู้เก็บเข้าไว้ในกุฏิถึง 3 ห้อง แต่ก็ไม่สะดวกสำหรับศรัทธาประชาชนที่จะเข้าชมเพราะคับแคบมาก ท่านพระครูโกวิทธรรมโสภณ จึงได้ก่อสร้างอาคารหลังปัจจุบันขึ้น แล้วนำวัตถุโบราณพื้นบ้าน เครื่องใช้ไม้สอยของใช้ในพระพุทธศาสนาต่างๆ จัดเข้าไว้ในอาคารใหม่เป็นสัดส่วนเรื่องนี้ได้ทราบไปถึงศรัทธา ญาติโยม ต่างนำของมาบริจาคอยู่ตลอด จนกระทั่งปัจจุบันรวมแล้วมีโบราณวัตถุและศิลปวัตถุพื้นบ้าน 5,000 กว่าชิ้น และมีศรัทธาจากกรุงเทพฯ ได้บริจาคโบราณวัตถุศิลปวัตถุให้แก่พิพิธภัณฑ์วัดร้องเม็งจึงได้สร้างพิพิธภัณฑ์หลังที่ 2 ขึ้นเพื่อจัดแสดงวัตถุที่ได้รับมา ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการถาวร อาทิ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง การดำเนินชีวิตของชาวบ้านวัฒนธรรมและประเพณี จัดแสดงวัตถุสะสมชิ้นสำคัญ คือ แม่พิมพ์อิฐก่อบ่อน้ำ

ศูนย์วัฒนธรรมไททรงดำเขาย้อย

2016-05-25 14:02:33

ศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ ก่อตั้งโดยชาวบ้านร่วมมือกับเทศบาลตำบลเขาย้อย พัฒนาจากที่สารธารณะเปล่าประโยชน์มาเป็นแหล่งรวบรวมวัฒนธรรมและประเพณีของชาวไทยทรงดำ และสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านมีทั้งนิทรรศการที่ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไป รวมถึงโฮมสเตย์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับบรรยากาศ กลิ่นอายและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยทรงดำได้จากสถานที่จริง ภายในพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงนิทรรศการประวัติและวิวัฒนาการลำดับเรื่องราวการอพยพมาอยู่ในประเทศไทยของชาวไทยทรงดำ, กลุ่มชนเผ่า,จัดแสดงเรือนที่พักอาศัย,เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และเครื่องแต่งกายของชาวไทยทรงดำ,วัฒนธรรมและประเพณี จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อและพิธีกรรมของชาวไทยทรงดำ เช่น พิธีเสนเรือน พิธีแต่งาน พิธีทำศพ การเอิ้นดอน และฟ้อนแคน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์

2015-12-16 10:01:58

‘พระพุทธรูปประทับเหนือพนัสบดี’ ประติมากรรมรูปแบบพิเศษที่พบเฉพาะในศิลปะทวารวดี สลักเป็นภาพพระพุทธเจ้านูนสูงประทับเหนือสัตว์พาหนะลูกผสมที่เรียกกันต่อๆมาว่า ‘พนัสบดี’ เชื่อกันว่าเป็นภาครวมของสัตว์พาหนะของเทพเจ้าในศาสนาฮินดูคือมีปีกอย่างหงส์ ซึ่งเป็นพาหนะของพระพรหม มีหูและเขาอย่างโคซึ่งเป็นพาหนะของพระศิวะ และมีปากอย่างครุฑ ซึ่งเป็นพาหนะของพระนารายณ์ โดยเหตุผลของการสร้างประติมากรรมทางธรรมชิ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงความเหนือกว่าของพุทธศาสนาต่อศาสนาฮินดู นักวิชาการบางท่านให้ข้อสังเกตว่า ลักษณะของพนัสบดีนี้คล้ายคลึงกับที่ปรากฏในศิลปะแถบอรัฐประเทศของอินเดีย และอาจเป็นสัญลักษณ์แทนความหมายว่าพระพุทธองค์ได้รับการยอมรับนับถือในหมู่มวลสรรพสัตว์ก็เป็นได้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประปฐมเจดีย์ บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ด้านทิศใต้ มีอาคารทรงไทยประยุกต์ 2 ชั้น เก็บรักษาโบราณวัตถุที่เดิมที่เก็บรักษาไว้ที่ระเบียงคตรอบองค์พระปฐมเจดีย์ กระทั้งในพ.ศ.2454 จึงได้เคลื่อนย้ายไปไว้ในวิหารตรงกันข้ามพระอุโบสถ และถูกเรียกว่า ‘พระปฐมเจดีย์พิพิธภัณฑสถาน’ กระทั่งในพ.ศ.2477 ได้ยกฐานะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในความดูแลของกรมศิลปากร